มากกว่า>>คำแนะนำโพสต์บล็อก Essence
มากกว่า>>ผู้เชี่ยวชาญยอดนิยม

ยูสีมา

สนาม: Aili Wedding Network

บทนำ:ก๊วนความหวังใหม่เด็กพ่อใหญ่จิ๋วรวมตัวตั้งพรรคพลังพลเมือง ปัดนายเก่าไฟเขียว เอกพร ฟุ้งจะแก้ปัญหาทางตันประเทศ ยึดสวิตเซอร์แลนด์โมเดลให้ความสำคัญ ปชช ไร้นายทุนป็นเจ้าของ เสี่ยติ่ง หวังคะแนนไม่ทิ้งน้ำพา 20 สสเข้าสภา ยังกั๊กเอียงขั้วเพื่อไทยหรือ คสช ไม่ปิดช่องนายกฯ คนนอก คึก! พร้อมเปิดชื่อผู้สมควรเป็นนายกฯ ทันทีหลัง กกตรับรอง ที่โรงเรียนอนุบาลเลิศนุวัฒน์ ย่านราชวิถี วันที่ 30 มกราคม คณะแกนนำและผู้ก่อตั้งพรรคพลังพลเมือง ซึ่งเป็นการรวมตัวของอดีตรัฐมนตรี นักการเมืองรุ่นเก่า ประกอบด้วย นายสัมพันธ์ เลิศนุวัฒน์ อดีต รมตประจำสำนักนายกรัฐมนตรี, นายเอกพร รักความสุข อดีต รมชแรงงานและสวัสดิการสังคม, นายเกียรติชัย ชัยเชาวรัตน์ อดีต รมชมหาดไทย, นายกริช คงเพชร อดีตรองประธานสภาผู้แทนราษฎร, นพวิชัย ชัยจิตวณิชกุล อดีต สสอุดรธานี ซึ่งส่วนใหญ่เป็นนักการเมืองและมีตำแหน่งในรัฐบาลพรรคความหวังใหม่แทบทั้งสิ้น ร่วมแถลงความคืบหน้าการเตรียมยื่นจดทะเบียนตั้งพรรคและแนวทางพรรค โดยนายเอกพรกล่าวว่า การก่อตั้งพรรคมีอดีตนักการเมืองหลายคนมารวมตัวกัน พรรคนี้จะแก้ปัญหาทางตันของประเทศ เพราะตั้งแต่ปี 2540-2561 เราวนเวียนอยู่กับการยึดอำนาจ มีรัฐธรรมนูญนับไม่ถ้วน มีเลือกตั้งมา 4-5 ครั้ง แนวทางของพรรคได้มาหารือร่วมกันเห็นว่า โมเดลสวิตเซอร์แลนด์ที่ให้ประชาชนมีคุณภาพชีวิตดี ทั้งด้านเศรษฐกิจ ไม่ถูกเอารัดเอาเปรียบทางกฎหมาย สร้างสังคมเท่าเทียม ดูแลคนด้อยโอกาส ประเทศเราจะไม่ต่างจากสวิตเซอร์แลนด์ พรรคพลังพลเมืองจะทำให้การเมืองเป็นการเมือง เป็นรัฐบาลฟังเสียงประชาชน ตามสโลแกนของพรรค พลังคนไทย ก้าวใหม่ที่มั่นคง ด้านนายสัมพันธ์กล่าวว่า ในวันที่ 9 กพ จะมีตัวแทนพรรคไปร่วมประชุมกับคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต) ในวันที่ 1 มีค ไปยื่นขอจดทะเบียนตั้งพรรค ดำเนินขั้นตอนต่างๆ ทางธุรการ โดยพรรคพลังพลเมืองมีอดีต สสจากหลายพรรคมารวมตัวกันประมาณ 30 คน ส่วนที่ถามว่าพรรคนี้จะไปอยู่กับฝ่ายไหน สนับสนุนใครเป็นนายกรัฐมนตรีนั้น หากพูดให้คนหมั่นไส้ก็ต้องบอกว่าอยู่ฝ่ายประชาชน ยังเร็วเกินไปที่จะพูดว่าไปอยู่กับฝ่ายใด ขอให้กระบวนการก่อตั้งพรรคแล้วเสร็จก่อน เราไม่อยากบริหารพรรคที่มีคนใดคนหนึ่ง ครอบครัวใดครอบครัวหนึ่งเป็นเจ้าของ เราไม่เอาอยู่แล้ว จะไม่ทำแบบนั้น ผู้สื่อข่าวถามว่า การก่อตั้งพรรคขึ้นมาอาจถูกมองว่าหากไม่เป็นนอมินีให้พรรคเพื่อไทยก็ฝ่ายทหาร นายสัมพันธ์กล่าวว่า เราเบื่อหน่ายท้อแท้กับพรรคที่มีเจ้าของ พรรคพลังพลเมืองเป็นนอมินีประชาชน เร็วเกินไปที่จะบอกว่าสนับสนุนใครเป็นนายกฯ ในการเลือกตั้งครั้งหน้าหลังจากเลือกประธานสภาเสร็จ คงจะบอกได้จะสนับสนุนใครเป็นนายกฯ เราสนับสนุนคนดีมีจริยธรรมเป็นผู้บริหาร เมื่อถามว่า ในใจอยากเป็นฝ่ายค้านหรือรัฐบาล อดีต รมตประจำสำนักฯ กล่าวว่า ถ้าเป็นรัฐบาลก็ได้รับใช้ประชาชน อยู่ฝ่ายค้านก็จะเป็นปากเสียงให้ประชาชน ขอให้แล้วแต่โอกาส อยู่ที่เหตุการณ์ตรงนั้น ต้องดูว่าใครจะได้เป็นเสียงข้างมาก และน่าจะทำงานตามที่เราคิดไว้ได้หรือไม่ ถ้าเป็นพรรคชัดเจนคงจะตอบได้ อย่างไรก็ดีเราสนับสนุนคนดีมีจริยธรรม เรื่องนายกฯ คนนอก กฎหมายว่าไว้อย่างไรเราปฏิเสธไม่ได้ วันนี้ยังไม่ได้มี 3 รายชื่อในใจ ที่เสนอชื่อเป็นนายกฯ ส่วนหัวหน้าพรรคยังระบุไม่ได้จะเป็นใคร รอให้หารือกันให้แล้วเสร็จก่อน นายสัมพันธ์กล่าวถึงจุดยืนของพรรคต่อนายกฯ คนนอก ถามว่าการรวมตัวกันของนักการเมืองรุ่นเก่า อะไรที่จะเป็นจุดขายเป็นทางเลือกใหม่ให้กับประชาชน อดีตสสพรรคความหวังใหม่และพรรคพลังประชาชนกล่าวว่า แม้จะเป็นนักการเมืองเก่า แต่ก็มีความคิดใหม่ รวมทั้งยังมีทายาทนักการเมืองที่ถือเป็นรุ่น 2 อีกหลายคน ที่อาจจะเข้ามาทำงานร่วมกับพรรค เราแค่ปูพื้นไว้ให้ โดยรุ่น 2 ยังรออยู่ที่ยังไม่เปิดตัวออกมา ถามอีกว่า หวังว่าจะได้ สสกี่คน นายสัมพันธ์ กล่าวว่า คงเร็วไปที่จะพูด หากพูดจำนวนออกมาเยอะ จะหาว่าอวดตัว บอกหวังเพียง 2-3 คน บางคนอาจมองน้อยเกินไป แต่คงจะได้พอสำหรับทำงานและเสนอกฎหมายในสภาได้ สำหรับการส่งผู้สมัครรับเลือกตั้งครั้งหน้า ตั้งใจจะส่งให้ครบทุกเขตเลือกตั้ง คาดว่าพรรคจะได้ สสมาในสภากว่า 20 ที่นั่ง แม้ สสเขตจะไม่ชนะคู่แข่ง แต่ยังมีทางตามที่กติกาเลือกตั้งกำหนดไว้ว่า คะแนนที่ประชาชนมอบให้สามารถนำมาคำนวณเป็นสสบัญชีรายชื่อได้ ดังนั้นจึงมั่นใจว่าจะเป็นโอกาสให้กับพรรค ส่วนกติกาการเลือกตั้งใหม่ จะไม่เป็นปัญหา เท่าที่ดูมีการปรับจากในอดีตเพียงเล็กน้อยเท่านั้น ส่วนนายเกียรติชัย ชัยเชาวรัตน์ กล่าวว่า การก่อตั้งพรรคพลังพลเมือง เกิดจากอดีตนักการเมืองที่เคยทำงานมาหารือร่วมกัน แม้พรรคนี้จะมีอดีต สสความหวังใหม่เยอะ แต่ก่อนก่อตั้งพรรคไม่ได้ไปหารือกับ พลอชวลิต ยงใจยุทธ อดีตหัวหน้าพรรคความหวังใหม่ เป็นการดำเนินการเองของพวกเรา ท่านไม่ทราบเรื่อง และเราก็ไม่อยากไปรบกวนท่าน มีรายงานข่าวจากพรรคพลังพลเมืองเปิดเผยว่า สำหรับความเคลื่อนไหวการก่อตั้งพรรคพลังพลเมืองนั้น เกิดจากกลุ่มอดีตรัฐมนตรีและอดีต สสที่มีประสบการณ์การเมือง อาทิ นายสัมพันธ์ เลิศนุวัฒน์, นายเกียรติชัย ชัยเชาวรัตน์, นายเอกพร รักความสุข ในการคิดริเริ่มที่อยากจะมีพรรคการเมืองให้หลุดพ้นจากวงจรความขัดแย้ง นำมาสู่การชูแนวคิดแนวนโยบายที่ไม่เหมือนเดิม เช่น การทำพรรคให้ปลอดจากเจ้าของ นายทุน เน้นการมีส่วนร่วมจากประชาชน การแถลงจัดตั้งพรรคครั้งนี้เป็นเพียงหนึ่งในสามส่วนของพรรคที่เราวางไว้เท่านั้น วันนี้เป็นเพียงการประกาศชื่อคณะผู้ร่วมก่อตั้งพรรค ในส่วนที่สอง สาม ที่เป็นกำลังหลัก ทั้งคนรุ่นใหม่ คนมีชื่อเสียงที่จะเข้าร่วม แนวคิดใหม่ๆ ขอให้รอดูหลังจากกระบวนการจดตั้งพรรคสมบูรณ์จาก กกต จะทยอยเปิดออกมา นโยบายจะเน้นเจาะกลุ่มแต่ละบุคคลให้ตรงเป้ามากที่สุด อาทิ กลุ่มวัยรุ่น วัยทำงาน ผู้พิการ และจะนำเทคโนโลยีการสื่อสารสมัยใหม่มาปรับใช้เพื่อให้เข้ากับสถานการณ์ สื่อสารไปยังกลุ่มเป้าหมายให้ชัดเจนที่สุด ยุทธศาสตร์ของพรรคไม่ได้แย่งชิงคะแนนเสียงจากพรรคใหญ่เพื่อหวังเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล แต่เน้นทุกคะแนนเสียงที่สามารถนำมาคำนวณเป็น สสบัญชีรายชื่อได้ นอกจากนี้พรรคจะไม่ทำการเมืองเหมือนพรรคการเมืองอื่น ที่ส่วนใหญ่จะขออุบบัญชีรายชื่อผู้สมควรเป็นนายกรัฐมนตรีไว้ในขั้นตอนสุดท้าย แต่พรรคพลังพลเมือง หากกระบวนการจดตั้งพรรคได้รับการรับรองจาก กกตเสร็จสมบูรณ์ตามกฎหมาย เมื่อไปทาบทามบุคคลที่มีประวัติดี มีความซื่อสัตย์สุจริต สังคมยอมรับ หากคนนั้นตอบตกลง จะเปิดชื่อเหล่านั้นทันที โดยไม่ต้องรอให้ครบ 3 ชื่อ หากชื่อแรกพร้อมก็เปิดออกมาเลย เพื่อให้ประชาชนได้เห็น ร่วมตรวจสอบกันตั้งแต่ขั้นเริ่มต้นเลย รายงานข่าวระบุ...

ฮัน แอน คิง

สนาม: เครือข่ายสุขภาพ Feihua

บทนำ:ในส่วนของค่าเสียหายนั้น ศาลปกครองสูงสุดเห็นว่า กรณีสืบเนื่องมาจากการชุมนุมบางส่วนมีลักษณะที่ทำให้ผู้อื่นเกรงกลัวว่าจะเกิดอันตรายต่อชีวิตร่างกายเสรีภาพและทรัพย์สินซึ่งเป็นหน้าที่ของผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๑ ที่จะต้องระงับยับยั้งการกระทำดังกล่าว เมื่อพิจารณาถึงพฤติการณ์และความร้ายแรงแห่งการกระทำละเมิดแล้วเห็นว่าค่าเสียหายที่ศาลปกครองชั้นต้นกำหนดสูงเกินส่วน จึงสมควรลดค่าเสียหายลดร้อยละ ๒๐ ศาลปกครองสูงสุดจึงมีคำพิพากษาแก้คำพิพากษาของศาลปกครองชั้นต้น เป็นให้ผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๑ รับผิดชดใช้ค่าสินไหมทดแทนแก่ผู้ฟ้องคดีและผู้ร้องสอดแต่ละรายจำนวนตั้งแต่ ๗,๑๒๐ บาท ถึง ๔,๑๕๒,๗๗๑๘๔ บาท พร้อมดอกเบี้ย ยกฟ้องผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๒ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาของศาลปกครองชั้นต้น

live888 slot 1️⃣2021
2px | <动态当天时间> | อ่าน(751) | แสดงความคิดเห็น(574)
ข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานทั้งหมดต่อศาล ทั้งนี้ คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติเป็นองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญที่ค้ำจุนการบริหารประเทศให้เป็นไปโดยคำนึงถึงสิทธิเสรีภาพและสิทธิมนุษยชน ข้อเท็จจริงที่ปรากฏจากพยานบุคคลและพยานเอกสารจึงสมควรแก่การรับฟังเป็นอย่างยิ่ง โดยศาลไม่ได้รับฟังในส่วนที่เป็นความเห็นของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ แต่ได้พิจารณาข้อเท็จจริงที่ปรากฏจากการให้ถ้อยคำของพยานบุคคลและพยานหลักฐานซึ่งเป็นข้อเท็จจริงไม่ใช่ความเห็น เมื่อไม่มีปัญหาโต้แย้งและพยานหลักฐานที่แสดงให้เห็นว่าพยานบุคคลและพยานหลักฐานที่ปรากฏเป็นพยานหลักฐานเท็จหรือเกิดจากการปรุงแต่งหรือดำเนินการไปโดยกลั่นแกล้งผู้หนึ่งผู้ใด ศาลจึงสามารถรับฟังพยานหลักฐานดังกล่าวได้ ส่วนการดำเนินการขององค์กรอื่นๆ และสำนวนการสอบสวนคดีอาญานั้น ศาลมีอำนาจพิจารณาเปรียบเทียบกับพยานหลักฐานอื่นๆ และสามารถใช้ดุลพินิจในการรับฟังพยานหลักฐานว่าพยานหลักฐานใดรับฟังได้พยานหลักฐานใดรับฟังไม่ได้เพื่อประโยชน์แก่การวินิจฉัยคดี ซึ่งถึงแม้การให้ถ้อยคำของผู้ฟ้องคดีและพยานบางรายที่ยืนยันการกระทำที่ไม่เหมาะสมของเจ้าหน้าที่ตำรวจจะเป็นผู้ร่วมชุมนุมที่เป็นผู้ได้รับความเสียหายในคดีนี้ ซึ่งต้องรับฟังการให้ถ้อยคำของบุคคลดังกล่าวด้วยความระมัดระวัง แต่ก็มีกลุ่มสื่อมวลชนและเจ้าหน้าที่ทางการแพทย์ซึ่งมิใช่ผู้มีส่วนได้เสียในการชุมนุมและไม่ใช่ฝ่ายที่เป็นปฏิปักษ์กับเจ้าหน้าที่ตำรวจในสังกัดผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๑ ได้ให้ถ้อยคำสอดคล้องต้องกันกับผู้ฟ้องคดีและพยานที่เป็นผู้ร่วมชุมนุม อีกทั้งพยานทั้งหมดได้ให้ถ้อยคำต่อคณะอนุกรรมการคุ้มครองสิทธิมนุษยชน ๑ คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติในช่วงเดือนตุลาคม ๒๕๕๑ ซึ่งเป็นเวลาใกล้ชิดกับวันเกิดเหตุที่ยังจดจำเหตุการณ์ได้ จึงฟังได้ว่าเป็นการให้ถ้อยคำตามความเป็นจริงไม่มีการเสริมแต่งข้อเท็จจริงใดๆ และยังมีการให้ถ้อยคำของกลุ่มเจ้าหน้าที่ของรัฐที่มีความชำนาญเฉพาะด้านมายืนยันในความไม่เหมาะสมในวิธีการสลายการชุมนุมและการใช้แก๊สน้ำตาอีกด้วย พยานหลักฐานดังกล่าวจึงมีน้ำหนักมั่นคงให้รับฟังได้ว่า การปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ของผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๑ มีข้อบกพร่องในขั้นตอนการเตรียมการหารถดับเพลิงมาใช้ในการสลายการชุมนุมและมีข้อบกพร่องในวิธีการยิงแก๊สน้ำตา โดยยิงในแนวตรงขนานกับพื้นซึ่งไม่เป็นไปตามวิธีการที่ถูกต้องที่ต้องยิงเป็นวิถีโค้ง ประกอบกับแก๊สน้ำตาที่นำมาใช้เป็นแก๊สน้ำตาที่ซื้อมาเป็นเวลานานจึงมีประสิทธิภาพต่ำ จึงต้องใช้แก๊สน้ำตาจำนวนมากเกินกว่าที่จะใช้โดยปกติทั่วไป ทำให้เกิดความปั่นป่วนชุลมุนเกิดความเสียหายต่อผู้ชุมนุมมากเกินกว่าผลตามปกติที่เกิดจากการใช้แก๊สน้ำตาที่มีประสิทธิภาพดีและยิงโดยวิธีการที่ถูกต้อง และยังส่งผลเสียหายไปถึงการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ทางการแพทย์ที่มาช่วยเหลือผู้ได้รับบาดเจ็บ ซึ่งไม่ว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจผู้ปฏิบัติจะรู้ถึงข้อบกพร่องของขั้นตอนในการเตรียมการหารถดับเพลิงมาใช้กับผู้ชุมนุมก่อนการใช้แก๊สน้ำตาและข้อบกพร่องในประสิทธิภาพของแก๊สน้ำตาที่ทำให้ต้องยิงแก๊สน้ำตาเป็นจำนวนมากหรือไม่ก็ตาม แต่เมื่อบกพร่องดังกล่าวส่งผลให้เกิดความเสียหายแก่ชีวิต ร่างกาย และทรัพย์สินของผู้ฟ้องคดีและผู้ร้องสอดแต่ละรายจึงเป็นการกระทำโดยจงใจหรือประมาทเลินเล่อทำต่อบุคคลอื่นโดยผิดกฎหมายให้เขาเสียหายแก่ชีวิตร่างกายสิทธิและเสรีภาพจึงเป็นการกระทำละเมิดตามมาตรา ๔๒๐ แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๑ ซึ่งเป็นหน่วยงานต้นสังกัดของเจ้าหน้าที่ผู้กระทำละเมิดจึงต้องรับผิดต่อผู้ได้รับความเสียหาย【อ่านข้อความเต็ม】
xhq | <动态当天时间> | อ่าน(384) | แสดงความคิดเห็น(679)
ฟื้นปชตม็อบใกล้วัง ตรอ้างเหตุจับ7แกนนำ/ประยุทธ์รับขึ้นปี4มีจุดอ่อน 31 มกราคม พศ 2561 เวลา 00:01 น 【อ่านข้อความเต็ม】
tw0 | <动态当天时间> | อ่าน(54) | แสดงความคิดเห็น(858)
ประกาศรายชื่อ 30 ขุนพลลูกหนังธรรมศาสตร์ ชุดฟุตบอลประเพณีธรรมศาสตร์-จุฬาฯ ครั้งที่ 72 ก่อนไปปักหลักติวเข้มที่ กิเลนวัลเล่ย์ เขาใหญ่ เพื่อกลับมาลุ้นแชมป์สมัยที่สามติดต่อกัน ในวันที่ 3 กุมภาพันธ์นี้ ที่สนามศุภชลาศัย【อ่านข้อความเต็ม】
tzn | <动态当天时间> | อ่าน(286) | แสดงความคิดเห็น(340)
เรื่อง ค่าแรงขั้นต่ำ นี่ เป็นปัญหาโลกแตกมาตลอด ลูกจ้าง ก็จะเอาแพงๆ นายจ้าง ก็จะจ่ายถูกๆ ก็มีเหตุผลด้วยกันทั้งสองฝ่าย แต่ถ้าถามว่าฝ่ายไหนผิด-ฝ่ายไหนถูก? ไม่รู้? รู้แต่ว่า เวลานี้ บริษัท-ห้างร้าน-ธุรกิจ-อุตสาหกรรมทั้งหลาย ต่างมีแผน ลดจ้าง-โละคน ออกเรื่อยๆ แต่งาน ไม่ลด ! เมื่องานไม่ลด แถมมีแต่เพิ่มขึ้น แล้วจะให้ใครทำงาน? คำตอบคือ หุ่นยนต์ และเทคโนโลยีไอที ที่จะเข้ามาแทน แทนคน ! เหตุผลชัด-ตรงตัว ลดต้นทุน หุ่นยนต์ไม่เรื่องมาก ไม่เรียกร้องโบนัส-เงินเดือน ไม่มีโอที ไม่ประท้วงหยุดงาน แถมควบคุมได้ทั้งปริมาณและคุณภาพ อุตสาหกรรมเกษตรและโรงงานผลิตอาหารสำเร็จรูปเครือซีพีทุกวันนี้ ใช้ หุ่นยนต์ แทน คน มากขึ้น โรงงานผลิตอาหารสำเร็จรูปใหญ่ที่สุดในจีนของซีพี เนื้อที่มากกว่า ๔๒,๐๐๐ ตารางเมตร ผลิตตลอด ๒๔ ชั่วโมง ไม่ใช้คนเลย! โกดังสินค้าอาลีบาบา ของแจ๊ก หม่า กว้างใหญ่เป็นเมือง แต่ใช้คนแค่ ๓๐% ที่เหลืออีก ๗๐ ใช้หุ่นยนต์ ถ้าสังเกต ช่วงรอยต่อศตวรรษ จะเห็นบริษัทธุรกิจการค้าใหญ่ๆ ต่างประกาศแผน ลดคน ใช้หุ่นยนต์และระบบไอทีแทนเรื่อยๆ แม้แต่ในบ้านเรา หลายวันก่อน ผู้บริหารแบงก์ไทยพาณิชย์ นายอาทิตย์ นันทวิทยา ก็ประกาศปรับองค์กร รองรับกระแสดิจิทัล ขับเคลื่อนไทยพาณิชย์สู่ความเป็น The Most Admired Bank ด้วยแผน ๓ ปี ลดสาขาเหลือ ๔๐๐ จาก ๑,๑๕๓ สาขา ตั้งเป้าลดพนักงานเหลือ ๑๕,๐๐๐ คน จาก ๒๗,๐๐๐ คน หลายคนตกใจ นึกว่าการลดสาขา-ลดพนักงานหมายถึงแบงก์ไทยพาณิชย์สั่นคลอน ธุรกิจกินดอกเบี้ยเตี้ยลง พนักงานไทยพาณิชย์ก็ตกใจ แต่ไม่ได้ตกใจด้านนั้น หากแต่ตกใจด้วยกลัว ตกงาน ถึงขั้นประท้วง แต่ก็ ตกลง ได้ ด้วยเข้าใจกัน ลบแผนโละ แต่พนักงานต้อง สร้างศักยภาพ ตัวเอง รองรับเทคโนโลยีเปลี่ยนโลกด้วย! ที่หยิบเรื่องนี้มาคุย เหตุผลแรก คือ โลกมันหมุน ถ้าเราอยากอยู่กับโลกให้สุข ก็ต้องหมุนไปกับโลก คือวันนี้ ถึงยุคเทคโนโลยีไอทีครองโลก ถ้าเราอยากมีงาน มีเงินจากงาน มีความลงตัวในการใช้ชีวิตร่วมสังคมโลก ก็ต้องเรียนรู้-พัฒนาให้เข้ากับยุค อย่าอ้างวัยเพื่อเลี่ยงการเรียนรู้ พูดง่ายๆ ต้อง อัพเกรด ตัวเอง สู่ยุคไอทีด้วย ที่ นายกฯ ประยุทธ์ วางแนวสร้างศักยภาพประเทศ ด้วยยุทธศาสตร์ ๔๐ นั่น ถูกแล้ว เมื่อโลกเขาลัดนิ้วมือไปด้วยไอที และเราวางตำแหน่งประเทศเป็นเมืองท่องเที่ยว เป็นประเทศอุตสาหกรรมเกษตรส่งออก อุตสาหกรรมเครื่องจักร และปิโตรเคมีและสังสรรค์-สโมสรร่วมประชาคมโลกทุกรูปแบบอย่างทุกวันนี้ ก็จำเป็น ต้อง หมุนตามโลก ไปกับเขา! กรณีแบงก์ไทยพาณิชย์ ผมจึง มองต่าง ในทันทีที่เห็นข่าว คือขณะที่คนอื่น มอง มุมลบ ผมกลับเห็นการ ลดสาขา-ลดพนักงาน ว่านั่น เป็นวิสัยทัศน์ของคณะบริหารไทยพาณิชย์ สมัยก่อน แต่ละแบงก์ จะใหญ่-จะโต จะมีหน้า-มีตา วัดกันตรงใครมีสาขาครอบคลุมแต่ละพื้นที่ประเทศมากกว่ากัน เพราะยุคนั้น สลึงหนึ่ง บาทหนึ่ง คนก็ต้องหอบสังขารไปแบงก์ แต่ยุคไอที มีตู้ ATM ให้ฝาก-ถอน-โอน-กู้ ริมถนน ตามห้าง ตามชุมชน ตลอด ๒๔ ชั่วโมง สำนักงานสาขา กลายเป็นตัวเทอะทะ สร้างภาระ เพิ่มค่าใช้จ่าย เปลืองคนโดยเปล่าประโยชน์ ยุคนี้ คนเดินห้าง เดินถนน มากกว่าคนเดินไปแบงก์ ฉะนั้น เอาตู้ ATM ติดตามชุมชน เช่าพื้นที่ห้าง กั้นห้อง ใช้คนไม่กี่คน ลดรายจ่าย-เพิ่มกำไร ให้แบงก์อีกจมหู เหลือสำนักงานสาขาไว้ทำธุรกรรมระดับพันล้าน-หมื่นล้านในจุดจำเป็น เหลือเฟือแล้ว วงจรธุรกิจการเงิน-การธนาคาร นับวันจะเปลี่ยนอุปสงค์-อุปทาน และรูปแบบธุรกรรมก็ไม่เหมือนเดิม ผมจึงมองว่า การประกาศวิสัยทัศน์ของไทยพาณิชย์วันก่อน ไม่ใช่ ถอยหลัง หากแต่เป็นการ ตั้งตัว ทะยานรับโลกยุคดิจิทัลมากกว่า! ไทยเรา ตั้งเข็มทิศ ทางไปทางนั้นอยู่แล้ว เห็นได้จากโมเดลประเทศ ๔๐ อุตสาหกรรมที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม -กลุ่มอุปกรณ์อัจฉริยะ หุ่นยนต์ และระบบเครื่องกล ที่ใช้ระบบอิเล็กทรอนิกส์ควบคุม -กลุ่มดิจิทัล เทคโนโลยีอินเทอร์เน็ต ที่เชื่อมต่อการทำงานของอุปกรณ์ต่างๆ ปัญญาประดิษฐ์ และเทคโนโลยีสมองกลฝังตัว เป็น ๒ ใน ๕ กลุ่ม ที่รัฐบาล คสช ทำให้เกิด ในโครงการอีอีซี อันเป็นโครงการต่อยอดโครงการอีสเทิร์นซีบอร์ด ที่ทำให้ไทยโชติช่วงชัชวาลในสมัยป๋าเปรม ฉะนั้น ทั้งภาคธุรกิจและภาคประชาชน ถ้าไม่ต้องการตกอยู่ในภาวะกระเสือก-กระสน ก็ต้อง สน เพื่อปรับธุรกิจและพัฒนาศักยภาพบุคคลไปอยู่ในจุดนั้น นี่คือการอยู่ดูโลกให้มันโศภิน แต่ถ้าไม่ต้องการ อยากอยู่กับโลกเดิมๆ ที่ชิน ก็ไม่เป็นไร ถ้ามั่นใจว่า ทรัพย์สินเงินทองเท่าที่สะสมไว้ แก่ตายก็ใช้ไม่หมด นั่นก็ไม่ต้องไปถวายตัวเป็นทาสไอทีก็ได้ เอาเงินไปซื้อหุ่นยนต์ซักตัว มาเป็นหมอนวด ไปซื้อโอเลี้ยงปากซอย สบายมาก! ทีนี้ มาคุยกันถึง เหตุผลที่ ๒ ในยุค หุ่นยนต์-ไอที มาแทนคน คือหลายวันก่อน มีโอกาสพบ คุณบรรพต หงษ์ทอง มือสร้างตลาดสินค้าส่งออก ยุคเป็นอธิบดีอยู่พาณิชย์ แต่ไพล่ไปเป็นปลัดเกษตรฯ ท่านปรารภว่า เห็นหุ่นยนต์และไอทีทำงานแทนคนมากขึ้นเรื่อยๆ ใจหนึ่ง ก็เข้าใจด้านยุคสมัยที่พัฒนาไป แต่อีกใจก็ห่วง คนใช้แรงงาน เมื่อเทคโนโลยีมาแทนที่ มนุษย์ที่เคยมีรายได้ เพื่ออยู่-เพื่อกิน-เพื่อเลี้ยงครอบครัว จะทำอย่างไรกัน? นายกฯ ประยุทธ์ มุ่งยุทธศาสตร์นวัตกรรม ก็เห็นด้วย แต่อยากฝากท่านนายกฯ ช่วยคิด-ช่วยหาทาง เผื่อกลุ่มคนระดับแรงงานที่จะกลายเป็น มนุษย์ส่วนเกิน ในยุค หุ่นยนต์-ไอที ให้ด้วย เพราะคนกลุ่มนี้ เพิ่มศักยภาพตามยุคไม่ทันแน่ แล้วจะให้พวกเขาไปทำมาหากินอะไร? ไปทำไร่-ทำนา พูดง่าย แต่ทำยาก และใช่ว่ามีพื้นที่เหลือเฟือให้เขาเลือกไปทำกิน คนว่างงาน จะกลายเป็น ปัญหาย้อนศร สังคม สินค้าหุ่นยนต์ผลิตออกมา จะไปขายให้ใคร ในเมื่อ กำลังซื้อของคนส่วนใหญ่ในสังคม ล้วนซีด เพราะไร้งาน-ไร้เงิน!? ปัญหา เศรษฐกิจ-สังคม ดูไปเหมือน ลูกรูบิก หมุนแถบสีด้านนี้เรียงเสร็จ พลิกอีกด้านอ้าว หน้าด่าง-ต่างสีกันซะแล้ว! การพัฒนาใช้หุ่นยนต์แทนคน มันก็โอเค แต่คนที่ถูกหุ่นยนต์แทนที่ล่ะ โอเคมั้ย? ตรงนี้ รัฐบาลต้องคิด หาแผน-หาทาง รองรับไว้ด้วย ชะล่าใจไม่ได้ เพราะไอทีมันมาเร็ว ต่างกับคน ที่รายได้มาช้า แต่หิวเร็ว-โกรธเร็ว! เรื่องการเมืองตอนนี้น่ะ อยู่กับมันได้ แต่อย่าเข้าไปในมัน หมายถึง อย่าเอามาเป็นอารมณ์จนเสียศูนย์ ถอยออกมานิด แล้วมองเข้าไป จะเห็น ขบวนการแต้มแต่ง กระเย้อกระแหย่งกันน่าเหยียบ คิดในมุมกลับ แปลง วิกฤตินาฬิกา เป็นเหยื่อล่อ ก็ได้ผล บ้านเมืองที่เข้าใจว่าสงบ โยนนาฬิกาทดสอบตูมเดียว เหี้ยกรูออกมาเป็นฝูง!【อ่านข้อความเต็ม】
w0h | <动态当天时间> | อ่าน(756) | แสดงความคิดเห็น(506)
เป็นมิติใหม่ของความร่วมมือทางการศึกษาของประเทศไทย เป็นบทบาทใหม่ๆ ที่หาวิทยาลัยต้องปรับตัวรองรับการเปลี่ยนแปลง สนับสนุนนวัตกรรมและเป็นจุดเชื่อมโยงสังคม ทั้ง 3 มหาวิทยาลัยมีความพร้อม และความเข้มแข็งทางวิศวกรรมศาสตร์จะช่วยขับเคลื่อนผลิตบุคลากรดีๆ ทั้งสาขา รถไฟฟ้า เครื่องกล โยธา คอมพิวเตอร์ หุ่นยนต์ วิศวฯ เพราะศาสตร์ใดศาสตร์หนึ่งตอบคำถามไม่สมบูรณ์ การลงนามครั้งนี้หลอมรวมจุดแข็ง นำฐานเดิมและคนที่มีอยู่มาสร้างสิ่งใหม่ๆ ได้รวดเร็ว ไม่เช่นนั้นจะต้องไปตั้งภาควิชาใหม่ด้านหุ่นยนต์ เอไอ หาบุคลากรอีกมากมาย ศดรบัณฑิต กล่าว 【อ่านข้อความเต็ม】
tao | 2021-09-27 | อ่าน(385) | แสดงความคิดเห็น(967)
เรื่อง ค่าแรงขั้นต่ำ นี่ เป็นปัญหาโลกแตกมาตลอด ลูกจ้าง ก็จะเอาแพงๆ นายจ้าง ก็จะจ่ายถูกๆ ก็มีเหตุผลด้วยกันทั้งสองฝ่าย แต่ถ้าถามว่าฝ่ายไหนผิด-ฝ่ายไหนถูก? ไม่รู้? รู้แต่ว่า เวลานี้ บริษัท-ห้างร้าน-ธุรกิจ-อุตสาหกรรมทั้งหลาย ต่างมีแผน ลดจ้าง-โละคน ออกเรื่อยๆ แต่งาน ไม่ลด ! เมื่องานไม่ลด แถมมีแต่เพิ่มขึ้น แล้วจะให้ใครทำงาน? คำตอบคือ หุ่นยนต์ และเทคโนโลยีไอที ที่จะเข้ามาแทน แทนคน ! เหตุผลชัด-ตรงตัว ลดต้นทุน หุ่นยนต์ไม่เรื่องมาก ไม่เรียกร้องโบนัส-เงินเดือน ไม่มีโอที ไม่ประท้วงหยุดงาน แถมควบคุมได้ทั้งปริมาณและคุณภาพ อุตสาหกรรมเกษตรและโรงงานผลิตอาหารสำเร็จรูปเครือซีพีทุกวันนี้ ใช้ หุ่นยนต์ แทน คน มากขึ้น โรงงานผลิตอาหารสำเร็จรูปใหญ่ที่สุดในจีนของซีพี เนื้อที่มากกว่า ๔๒,๐๐๐ ตารางเมตร ผลิตตลอด ๒๔ ชั่วโมง ไม่ใช้คนเลย! โกดังสินค้าอาลีบาบา ของแจ๊ก หม่า กว้างใหญ่เป็นเมือง แต่ใช้คนแค่ ๓๐% ที่เหลืออีก ๗๐ ใช้หุ่นยนต์ ถ้าสังเกต ช่วงรอยต่อศตวรรษ จะเห็นบริษัทธุรกิจการค้าใหญ่ๆ ต่างประกาศแผน ลดคน ใช้หุ่นยนต์และระบบไอทีแทนเรื่อยๆ แม้แต่ในบ้านเรา หลายวันก่อน ผู้บริหารแบงก์ไทยพาณิชย์ นายอาทิตย์ นันทวิทยา ก็ประกาศปรับองค์กร รองรับกระแสดิจิทัล ขับเคลื่อนไทยพาณิชย์สู่ความเป็น The Most Admired Bank ด้วยแผน ๓ ปี ลดสาขาเหลือ ๔๐๐ จาก ๑,๑๕๓ สาขา ตั้งเป้าลดพนักงานเหลือ ๑๕,๐๐๐ คน จาก ๒๗,๐๐๐ คน หลายคนตกใจ นึกว่าการลดสาขา-ลดพนักงานหมายถึงแบงก์ไทยพาณิชย์สั่นคลอน ธุรกิจกินดอกเบี้ยเตี้ยลง พนักงานไทยพาณิชย์ก็ตกใจ แต่ไม่ได้ตกใจด้านนั้น หากแต่ตกใจด้วยกลัว ตกงาน ถึงขั้นประท้วง แต่ก็ ตกลง ได้ ด้วยเข้าใจกัน ลบแผนโละ แต่พนักงานต้อง สร้างศักยภาพ ตัวเอง รองรับเทคโนโลยีเปลี่ยนโลกด้วย! ที่หยิบเรื่องนี้มาคุย เหตุผลแรก คือ โลกมันหมุน ถ้าเราอยากอยู่กับโลกให้สุข ก็ต้องหมุนไปกับโลก คือวันนี้ ถึงยุคเทคโนโลยีไอทีครองโลก ถ้าเราอยากมีงาน มีเงินจากงาน มีความลงตัวในการใช้ชีวิตร่วมสังคมโลก ก็ต้องเรียนรู้-พัฒนาให้เข้ากับยุค อย่าอ้างวัยเพื่อเลี่ยงการเรียนรู้ พูดง่ายๆ ต้อง อัพเกรด ตัวเอง สู่ยุคไอทีด้วย ที่ นายกฯ ประยุทธ์ วางแนวสร้างศักยภาพประเทศ ด้วยยุทธศาสตร์ ๔๐ นั่น ถูกแล้ว เมื่อโลกเขาลัดนิ้วมือไปด้วยไอที และเราวางตำแหน่งประเทศเป็นเมืองท่องเที่ยว เป็นประเทศอุตสาหกรรมเกษตรส่งออก อุตสาหกรรมเครื่องจักร และปิโตรเคมีและสังสรรค์-สโมสรร่วมประชาคมโลกทุกรูปแบบอย่างทุกวันนี้ ก็จำเป็น ต้อง หมุนตามโลก ไปกับเขา! กรณีแบงก์ไทยพาณิชย์ ผมจึง มองต่าง ในทันทีที่เห็นข่าว คือขณะที่คนอื่น มอง มุมลบ ผมกลับเห็นการ ลดสาขา-ลดพนักงาน ว่านั่น เป็นวิสัยทัศน์ของคณะบริหารไทยพาณิชย์ สมัยก่อน แต่ละแบงก์ จะใหญ่-จะโต จะมีหน้า-มีตา วัดกันตรงใครมีสาขาครอบคลุมแต่ละพื้นที่ประเทศมากกว่ากัน เพราะยุคนั้น สลึงหนึ่ง บาทหนึ่ง คนก็ต้องหอบสังขารไปแบงก์ แต่ยุคไอที มีตู้ ATM ให้ฝาก-ถอน-โอน-กู้ ริมถนน ตามห้าง ตามชุมชน ตลอด ๒๔ ชั่วโมง สำนักงานสาขา กลายเป็นตัวเทอะทะ สร้างภาระ เพิ่มค่าใช้จ่าย เปลืองคนโดยเปล่าประโยชน์ ยุคนี้ คนเดินห้าง เดินถนน มากกว่าคนเดินไปแบงก์ ฉะนั้น เอาตู้ ATM ติดตามชุมชน เช่าพื้นที่ห้าง กั้นห้อง ใช้คนไม่กี่คน ลดรายจ่าย-เพิ่มกำไร ให้แบงก์อีกจมหู เหลือสำนักงานสาขาไว้ทำธุรกรรมระดับพันล้าน-หมื่นล้านในจุดจำเป็น เหลือเฟือแล้ว วงจรธุรกิจการเงิน-การธนาคาร นับวันจะเปลี่ยนอุปสงค์-อุปทาน และรูปแบบธุรกรรมก็ไม่เหมือนเดิม ผมจึงมองว่า การประกาศวิสัยทัศน์ของไทยพาณิชย์วันก่อน ไม่ใช่ ถอยหลัง หากแต่เป็นการ ตั้งตัว ทะยานรับโลกยุคดิจิทัลมากกว่า! ไทยเรา ตั้งเข็มทิศ ทางไปทางนั้นอยู่แล้ว เห็นได้จากโมเดลประเทศ ๔๐ อุตสาหกรรมที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม -กลุ่มอุปกรณ์อัจฉริยะ หุ่นยนต์ และระบบเครื่องกล ที่ใช้ระบบอิเล็กทรอนิกส์ควบคุม -กลุ่มดิจิทัล เทคโนโลยีอินเทอร์เน็ต ที่เชื่อมต่อการทำงานของอุปกรณ์ต่างๆ ปัญญาประดิษฐ์ และเทคโนโลยีสมองกลฝังตัว เป็น ๒ ใน ๕ กลุ่ม ที่รัฐบาล คสช ทำให้เกิด ในโครงการอีอีซี อันเป็นโครงการต่อยอดโครงการอีสเทิร์นซีบอร์ด ที่ทำให้ไทยโชติช่วงชัชวาลในสมัยป๋าเปรม ฉะนั้น ทั้งภาคธุรกิจและภาคประชาชน ถ้าไม่ต้องการตกอยู่ในภาวะกระเสือก-กระสน ก็ต้อง สน เพื่อปรับธุรกิจและพัฒนาศักยภาพบุคคลไปอยู่ในจุดนั้น นี่คือการอยู่ดูโลกให้มันโศภิน แต่ถ้าไม่ต้องการ อยากอยู่กับโลกเดิมๆ ที่ชิน ก็ไม่เป็นไร ถ้ามั่นใจว่า ทรัพย์สินเงินทองเท่าที่สะสมไว้ แก่ตายก็ใช้ไม่หมด นั่นก็ไม่ต้องไปถวายตัวเป็นทาสไอทีก็ได้ เอาเงินไปซื้อหุ่นยนต์ซักตัว มาเป็นหมอนวด ไปซื้อโอเลี้ยงปากซอย สบายมาก! ทีนี้ มาคุยกันถึง เหตุผลที่ ๒ ในยุค หุ่นยนต์-ไอที มาแทนคน คือหลายวันก่อน มีโอกาสพบ คุณบรรพต หงษ์ทอง มือสร้างตลาดสินค้าส่งออก ยุคเป็นอธิบดีอยู่พาณิชย์ แต่ไพล่ไปเป็นปลัดเกษตรฯ ท่านปรารภว่า เห็นหุ่นยนต์และไอทีทำงานแทนคนมากขึ้นเรื่อยๆ ใจหนึ่ง ก็เข้าใจด้านยุคสมัยที่พัฒนาไป แต่อีกใจก็ห่วง คนใช้แรงงาน เมื่อเทคโนโลยีมาแทนที่ มนุษย์ที่เคยมีรายได้ เพื่ออยู่-เพื่อกิน-เพื่อเลี้ยงครอบครัว จะทำอย่างไรกัน? นายกฯ ประยุทธ์ มุ่งยุทธศาสตร์นวัตกรรม ก็เห็นด้วย แต่อยากฝากท่านนายกฯ ช่วยคิด-ช่วยหาทาง เผื่อกลุ่มคนระดับแรงงานที่จะกลายเป็น มนุษย์ส่วนเกิน ในยุค หุ่นยนต์-ไอที ให้ด้วย เพราะคนกลุ่มนี้ เพิ่มศักยภาพตามยุคไม่ทันแน่ แล้วจะให้พวกเขาไปทำมาหากินอะไร? ไปทำไร่-ทำนา พูดง่าย แต่ทำยาก และใช่ว่ามีพื้นที่เหลือเฟือให้เขาเลือกไปทำกิน คนว่างงาน จะกลายเป็น ปัญหาย้อนศร สังคม สินค้าหุ่นยนต์ผลิตออกมา จะไปขายให้ใคร ในเมื่อ กำลังซื้อของคนส่วนใหญ่ในสังคม ล้วนซีด เพราะไร้งาน-ไร้เงิน!? ปัญหา เศรษฐกิจ-สังคม ดูไปเหมือน ลูกรูบิก หมุนแถบสีด้านนี้เรียงเสร็จ พลิกอีกด้านอ้าว หน้าด่าง-ต่างสีกันซะแล้ว! การพัฒนาใช้หุ่นยนต์แทนคน มันก็โอเค แต่คนที่ถูกหุ่นยนต์แทนที่ล่ะ โอเคมั้ย? ตรงนี้ รัฐบาลต้องคิด หาแผน-หาทาง รองรับไว้ด้วย ชะล่าใจไม่ได้ เพราะไอทีมันมาเร็ว ต่างกับคน ที่รายได้มาช้า แต่หิวเร็ว-โกรธเร็ว! เรื่องการเมืองตอนนี้น่ะ อยู่กับมันได้ แต่อย่าเข้าไปในมัน หมายถึง อย่าเอามาเป็นอารมณ์จนเสียศูนย์ ถอยออกมานิด แล้วมองเข้าไป จะเห็น ขบวนการแต้มแต่ง กระเย้อกระแหย่งกันน่าเหยียบ คิดในมุมกลับ แปลง วิกฤตินาฬิกา เป็นเหยื่อล่อ ก็ได้ผล บ้านเมืองที่เข้าใจว่าสงบ โยนนาฬิกาทดสอบตูมเดียว เหี้ยกรูออกมาเป็นฝูง!【อ่านข้อความเต็ม】
0bs | 2021-09-27 | อ่าน(77) | แสดงความคิดเห็น(630)
ก๊วนความหวังใหม่เด็กพ่อใหญ่จิ๋วรวมตัวตั้งพรรคพลังพลเมือง ปัดนายเก่าไฟเขียว เอกพร ฟุ้งจะแก้ปัญหาทางตันประเทศ ยึดสวิตเซอร์แลนด์โมเดลให้ความสำคัญ ปชช ไร้นายทุนป็นเจ้าของ เสี่ยติ่ง หวังคะแนนไม่ทิ้งน้ำพา 20 สสเข้าสภา ยังกั๊กเอียงขั้วเพื่อไทยหรือ คสช ไม่ปิดช่องนายกฯ คนนอก คึก! พร้อมเปิดชื่อผู้สมควรเป็นนายกฯ ทันทีหลัง กกตรับรอง ที่โรงเรียนอนุบาลเลิศนุวัฒน์ ย่านราชวิถี วันที่ 30 มกราคม คณะแกนนำและผู้ก่อตั้งพรรคพลังพลเมือง ซึ่งเป็นการรวมตัวของอดีตรัฐมนตรี นักการเมืองรุ่นเก่า ประกอบด้วย นายสัมพันธ์ เลิศนุวัฒน์ อดีต รมตประจำสำนักนายกรัฐมนตรี, นายเอกพร รักความสุข อดีต รมชแรงงานและสวัสดิการสังคม, นายเกียรติชัย ชัยเชาวรัตน์ อดีต รมชมหาดไทย, นายกริช คงเพชร อดีตรองประธานสภาผู้แทนราษฎร, นพวิชัย ชัยจิตวณิชกุล อดีต สสอุดรธานี ซึ่งส่วนใหญ่เป็นนักการเมืองและมีตำแหน่งในรัฐบาลพรรคความหวังใหม่แทบทั้งสิ้น ร่วมแถลงความคืบหน้าการเตรียมยื่นจดทะเบียนตั้งพรรคและแนวทางพรรค โดยนายเอกพรกล่าวว่า การก่อตั้งพรรคมีอดีตนักการเมืองหลายคนมารวมตัวกัน พรรคนี้จะแก้ปัญหาทางตันของประเทศ เพราะตั้งแต่ปี 2540-2561 เราวนเวียนอยู่กับการยึดอำนาจ มีรัฐธรรมนูญนับไม่ถ้วน มีเลือกตั้งมา 4-5 ครั้ง แนวทางของพรรคได้มาหารือร่วมกันเห็นว่า โมเดลสวิตเซอร์แลนด์ที่ให้ประชาชนมีคุณภาพชีวิตดี ทั้งด้านเศรษฐกิจ ไม่ถูกเอารัดเอาเปรียบทางกฎหมาย สร้างสังคมเท่าเทียม ดูแลคนด้อยโอกาส ประเทศเราจะไม่ต่างจากสวิตเซอร์แลนด์ พรรคพลังพลเมืองจะทำให้การเมืองเป็นการเมือง เป็นรัฐบาลฟังเสียงประชาชน ตามสโลแกนของพรรค พลังคนไทย ก้าวใหม่ที่มั่นคง ด้านนายสัมพันธ์กล่าวว่า ในวันที่ 9 กพ จะมีตัวแทนพรรคไปร่วมประชุมกับคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต) ในวันที่ 1 มีค ไปยื่นขอจดทะเบียนตั้งพรรค ดำเนินขั้นตอนต่างๆ ทางธุรการ โดยพรรคพลังพลเมืองมีอดีต สสจากหลายพรรคมารวมตัวกันประมาณ 30 คน ส่วนที่ถามว่าพรรคนี้จะไปอยู่กับฝ่ายไหน สนับสนุนใครเป็นนายกรัฐมนตรีนั้น หากพูดให้คนหมั่นไส้ก็ต้องบอกว่าอยู่ฝ่ายประชาชน ยังเร็วเกินไปที่จะพูดว่าไปอยู่กับฝ่ายใด ขอให้กระบวนการก่อตั้งพรรคแล้วเสร็จก่อน เราไม่อยากบริหารพรรคที่มีคนใดคนหนึ่ง ครอบครัวใดครอบครัวหนึ่งเป็นเจ้าของ เราไม่เอาอยู่แล้ว จะไม่ทำแบบนั้น ผู้สื่อข่าวถามว่า การก่อตั้งพรรคขึ้นมาอาจถูกมองว่าหากไม่เป็นนอมินีให้พรรคเพื่อไทยก็ฝ่ายทหาร นายสัมพันธ์กล่าวว่า เราเบื่อหน่ายท้อแท้กับพรรคที่มีเจ้าของ พรรคพลังพลเมืองเป็นนอมินีประชาชน เร็วเกินไปที่จะบอกว่าสนับสนุนใครเป็นนายกฯ ในการเลือกตั้งครั้งหน้าหลังจากเลือกประธานสภาเสร็จ คงจะบอกได้จะสนับสนุนใครเป็นนายกฯ เราสนับสนุนคนดีมีจริยธรรมเป็นผู้บริหาร เมื่อถามว่า ในใจอยากเป็นฝ่ายค้านหรือรัฐบาล อดีต รมตประจำสำนักฯ กล่าวว่า ถ้าเป็นรัฐบาลก็ได้รับใช้ประชาชน อยู่ฝ่ายค้านก็จะเป็นปากเสียงให้ประชาชน ขอให้แล้วแต่โอกาส อยู่ที่เหตุการณ์ตรงนั้น ต้องดูว่าใครจะได้เป็นเสียงข้างมาก และน่าจะทำงานตามที่เราคิดไว้ได้หรือไม่ ถ้าเป็นพรรคชัดเจนคงจะตอบได้ อย่างไรก็ดีเราสนับสนุนคนดีมีจริยธรรม เรื่องนายกฯ คนนอก กฎหมายว่าไว้อย่างไรเราปฏิเสธไม่ได้ วันนี้ยังไม่ได้มี 3 รายชื่อในใจ ที่เสนอชื่อเป็นนายกฯ ส่วนหัวหน้าพรรคยังระบุไม่ได้จะเป็นใคร รอให้หารือกันให้แล้วเสร็จก่อน นายสัมพันธ์กล่าวถึงจุดยืนของพรรคต่อนายกฯ คนนอก ถามว่าการรวมตัวกันของนักการเมืองรุ่นเก่า อะไรที่จะเป็นจุดขายเป็นทางเลือกใหม่ให้กับประชาชน อดีตสสพรรคความหวังใหม่และพรรคพลังประชาชนกล่าวว่า แม้จะเป็นนักการเมืองเก่า แต่ก็มีความคิดใหม่ รวมทั้งยังมีทายาทนักการเมืองที่ถือเป็นรุ่น 2 อีกหลายคน ที่อาจจะเข้ามาทำงานร่วมกับพรรค เราแค่ปูพื้นไว้ให้ โดยรุ่น 2 ยังรออยู่ที่ยังไม่เปิดตัวออกมา ถามอีกว่า หวังว่าจะได้ สสกี่คน นายสัมพันธ์ กล่าวว่า คงเร็วไปที่จะพูด หากพูดจำนวนออกมาเยอะ จะหาว่าอวดตัว บอกหวังเพียง 2-3 คน บางคนอาจมองน้อยเกินไป แต่คงจะได้พอสำหรับทำงานและเสนอกฎหมายในสภาได้ สำหรับการส่งผู้สมัครรับเลือกตั้งครั้งหน้า ตั้งใจจะส่งให้ครบทุกเขตเลือกตั้ง คาดว่าพรรคจะได้ สสมาในสภากว่า 20 ที่นั่ง แม้ สสเขตจะไม่ชนะคู่แข่ง แต่ยังมีทางตามที่กติกาเลือกตั้งกำหนดไว้ว่า คะแนนที่ประชาชนมอบให้สามารถนำมาคำนวณเป็นสสบัญชีรายชื่อได้ ดังนั้นจึงมั่นใจว่าจะเป็นโอกาสให้กับพรรค ส่วนกติกาการเลือกตั้งใหม่ จะไม่เป็นปัญหา เท่าที่ดูมีการปรับจากในอดีตเพียงเล็กน้อยเท่านั้น ส่วนนายเกียรติชัย ชัยเชาวรัตน์ กล่าวว่า การก่อตั้งพรรคพลังพลเมือง เกิดจากอดีตนักการเมืองที่เคยทำงานมาหารือร่วมกัน แม้พรรคนี้จะมีอดีต สสความหวังใหม่เยอะ แต่ก่อนก่อตั้งพรรคไม่ได้ไปหารือกับ พลอชวลิต ยงใจยุทธ อดีตหัวหน้าพรรคความหวังใหม่ เป็นการดำเนินการเองของพวกเรา ท่านไม่ทราบเรื่อง และเราก็ไม่อยากไปรบกวนท่าน มีรายงานข่าวจากพรรคพลังพลเมืองเปิดเผยว่า สำหรับความเคลื่อนไหวการก่อตั้งพรรคพลังพลเมืองนั้น เกิดจากกลุ่มอดีตรัฐมนตรีและอดีต สสที่มีประสบการณ์การเมือง อาทิ นายสัมพันธ์ เลิศนุวัฒน์, นายเกียรติชัย ชัยเชาวรัตน์, นายเอกพร รักความสุข ในการคิดริเริ่มที่อยากจะมีพรรคการเมืองให้หลุดพ้นจากวงจรความขัดแย้ง นำมาสู่การชูแนวคิดแนวนโยบายที่ไม่เหมือนเดิม เช่น การทำพรรคให้ปลอดจากเจ้าของ นายทุน เน้นการมีส่วนร่วมจากประชาชน การแถลงจัดตั้งพรรคครั้งนี้เป็นเพียงหนึ่งในสามส่วนของพรรคที่เราวางไว้เท่านั้น วันนี้เป็นเพียงการประกาศชื่อคณะผู้ร่วมก่อตั้งพรรค ในส่วนที่สอง สาม ที่เป็นกำลังหลัก ทั้งคนรุ่นใหม่ คนมีชื่อเสียงที่จะเข้าร่วม แนวคิดใหม่ๆ ขอให้รอดูหลังจากกระบวนการจดตั้งพรรคสมบูรณ์จาก กกต จะทยอยเปิดออกมา นโยบายจะเน้นเจาะกลุ่มแต่ละบุคคลให้ตรงเป้ามากที่สุด อาทิ กลุ่มวัยรุ่น วัยทำงาน ผู้พิการ และจะนำเทคโนโลยีการสื่อสารสมัยใหม่มาปรับใช้เพื่อให้เข้ากับสถานการณ์ สื่อสารไปยังกลุ่มเป้าหมายให้ชัดเจนที่สุด ยุทธศาสตร์ของพรรคไม่ได้แย่งชิงคะแนนเสียงจากพรรคใหญ่เพื่อหวังเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล แต่เน้นทุกคะแนนเสียงที่สามารถนำมาคำนวณเป็น สสบัญชีรายชื่อได้ นอกจากนี้พรรคจะไม่ทำการเมืองเหมือนพรรคการเมืองอื่น ที่ส่วนใหญ่จะขออุบบัญชีรายชื่อผู้สมควรเป็นนายกรัฐมนตรีไว้ในขั้นตอนสุดท้าย แต่พรรคพลังพลเมือง หากกระบวนการจดตั้งพรรคได้รับการรับรองจาก กกตเสร็จสมบูรณ์ตามกฎหมาย เมื่อไปทาบทามบุคคลที่มีประวัติดี มีความซื่อสัตย์สุจริต สังคมยอมรับ หากคนนั้นตอบตกลง จะเปิดชื่อเหล่านั้นทันที โดยไม่ต้องรอให้ครบ 3 ชื่อ หากชื่อแรกพร้อมก็เปิดออกมาเลย เพื่อให้ประชาชนได้เห็น ร่วมตรวจสอบกันตั้งแต่ขั้นเริ่มต้นเลย รายงานข่าวระบุ【อ่านข้อความเต็ม】
8hc | 2021-09-27 | อ่าน(265) | แสดงความคิดเห็น(675)
เรื่อง ค่าแรงขั้นต่ำ นี่ เป็นปัญหาโลกแตกมาตลอด ลูกจ้าง ก็จะเอาแพงๆ นายจ้าง ก็จะจ่ายถูกๆ ก็มีเหตุผลด้วยกันทั้งสองฝ่าย แต่ถ้าถามว่าฝ่ายไหนผิด-ฝ่ายไหนถูก? ไม่รู้? รู้แต่ว่า เวลานี้ บริษัท-ห้างร้าน-ธุรกิจ-อุตสาหกรรมทั้งหลาย ต่างมีแผน ลดจ้าง-โละคน ออกเรื่อยๆ แต่งาน ไม่ลด ! เมื่องานไม่ลด แถมมีแต่เพิ่มขึ้น แล้วจะให้ใครทำงาน? คำตอบคือ หุ่นยนต์ และเทคโนโลยีไอที ที่จะเข้ามาแทน แทนคน ! เหตุผลชัด-ตรงตัว ลดต้นทุน หุ่นยนต์ไม่เรื่องมาก ไม่เรียกร้องโบนัส-เงินเดือน ไม่มีโอที ไม่ประท้วงหยุดงาน แถมควบคุมได้ทั้งปริมาณและคุณภาพ อุตสาหกรรมเกษตรและโรงงานผลิตอาหารสำเร็จรูปเครือซีพีทุกวันนี้ ใช้ หุ่นยนต์ แทน คน มากขึ้น โรงงานผลิตอาหารสำเร็จรูปใหญ่ที่สุดในจีนของซีพี เนื้อที่มากกว่า ๔๒,๐๐๐ ตารางเมตร ผลิตตลอด ๒๔ ชั่วโมง ไม่ใช้คนเลย! โกดังสินค้าอาลีบาบา ของแจ๊ก หม่า กว้างใหญ่เป็นเมือง แต่ใช้คนแค่ ๓๐% ที่เหลืออีก ๗๐ ใช้หุ่นยนต์ ถ้าสังเกต ช่วงรอยต่อศตวรรษ จะเห็นบริษัทธุรกิจการค้าใหญ่ๆ ต่างประกาศแผน ลดคน ใช้หุ่นยนต์และระบบไอทีแทนเรื่อยๆ แม้แต่ในบ้านเรา หลายวันก่อน ผู้บริหารแบงก์ไทยพาณิชย์ นายอาทิตย์ นันทวิทยา ก็ประกาศปรับองค์กร รองรับกระแสดิจิทัล ขับเคลื่อนไทยพาณิชย์สู่ความเป็น The Most Admired Bank ด้วยแผน ๓ ปี ลดสาขาเหลือ ๔๐๐ จาก ๑,๑๕๓ สาขา ตั้งเป้าลดพนักงานเหลือ ๑๕,๐๐๐ คน จาก ๒๗,๐๐๐ คน หลายคนตกใจ นึกว่าการลดสาขา-ลดพนักงานหมายถึงแบงก์ไทยพาณิชย์สั่นคลอน ธุรกิจกินดอกเบี้ยเตี้ยลง พนักงานไทยพาณิชย์ก็ตกใจ แต่ไม่ได้ตกใจด้านนั้น หากแต่ตกใจด้วยกลัว ตกงาน ถึงขั้นประท้วง แต่ก็ ตกลง ได้ ด้วยเข้าใจกัน ลบแผนโละ แต่พนักงานต้อง สร้างศักยภาพ ตัวเอง รองรับเทคโนโลยีเปลี่ยนโลกด้วย! ที่หยิบเรื่องนี้มาคุย เหตุผลแรก คือ โลกมันหมุน ถ้าเราอยากอยู่กับโลกให้สุข ก็ต้องหมุนไปกับโลก คือวันนี้ ถึงยุคเทคโนโลยีไอทีครองโลก ถ้าเราอยากมีงาน มีเงินจากงาน มีความลงตัวในการใช้ชีวิตร่วมสังคมโลก ก็ต้องเรียนรู้-พัฒนาให้เข้ากับยุค อย่าอ้างวัยเพื่อเลี่ยงการเรียนรู้ พูดง่ายๆ ต้อง อัพเกรด ตัวเอง สู่ยุคไอทีด้วย ที่ นายกฯ ประยุทธ์ วางแนวสร้างศักยภาพประเทศ ด้วยยุทธศาสตร์ ๔๐ นั่น ถูกแล้ว เมื่อโลกเขาลัดนิ้วมือไปด้วยไอที และเราวางตำแหน่งประเทศเป็นเมืองท่องเที่ยว เป็นประเทศอุตสาหกรรมเกษตรส่งออก อุตสาหกรรมเครื่องจักร และปิโตรเคมีและสังสรรค์-สโมสรร่วมประชาคมโลกทุกรูปแบบอย่างทุกวันนี้ ก็จำเป็น ต้อง หมุนตามโลก ไปกับเขา! กรณีแบงก์ไทยพาณิชย์ ผมจึง มองต่าง ในทันทีที่เห็นข่าว คือขณะที่คนอื่น มอง มุมลบ ผมกลับเห็นการ ลดสาขา-ลดพนักงาน ว่านั่น เป็นวิสัยทัศน์ของคณะบริหารไทยพาณิชย์ สมัยก่อน แต่ละแบงก์ จะใหญ่-จะโต จะมีหน้า-มีตา วัดกันตรงใครมีสาขาครอบคลุมแต่ละพื้นที่ประเทศมากกว่ากัน เพราะยุคนั้น สลึงหนึ่ง บาทหนึ่ง คนก็ต้องหอบสังขารไปแบงก์ แต่ยุคไอที มีตู้ ATM ให้ฝาก-ถอน-โอน-กู้ ริมถนน ตามห้าง ตามชุมชน ตลอด ๒๔ ชั่วโมง สำนักงานสาขา กลายเป็นตัวเทอะทะ สร้างภาระ เพิ่มค่าใช้จ่าย เปลืองคนโดยเปล่าประโยชน์ ยุคนี้ คนเดินห้าง เดินถนน มากกว่าคนเดินไปแบงก์ ฉะนั้น เอาตู้ ATM ติดตามชุมชน เช่าพื้นที่ห้าง กั้นห้อง ใช้คนไม่กี่คน ลดรายจ่าย-เพิ่มกำไร ให้แบงก์อีกจมหู เหลือสำนักงานสาขาไว้ทำธุรกรรมระดับพันล้าน-หมื่นล้านในจุดจำเป็น เหลือเฟือแล้ว วงจรธุรกิจการเงิน-การธนาคาร นับวันจะเปลี่ยนอุปสงค์-อุปทาน และรูปแบบธุรกรรมก็ไม่เหมือนเดิม ผมจึงมองว่า การประกาศวิสัยทัศน์ของไทยพาณิชย์วันก่อน ไม่ใช่ ถอยหลัง หากแต่เป็นการ ตั้งตัว ทะยานรับโลกยุคดิจิทัลมากกว่า! ไทยเรา ตั้งเข็มทิศ ทางไปทางนั้นอยู่แล้ว เห็นได้จากโมเดลประเทศ ๔๐ อุตสาหกรรมที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม -กลุ่มอุปกรณ์อัจฉริยะ หุ่นยนต์ และระบบเครื่องกล ที่ใช้ระบบอิเล็กทรอนิกส์ควบคุม -กลุ่มดิจิทัล เทคโนโลยีอินเทอร์เน็ต ที่เชื่อมต่อการทำงานของอุปกรณ์ต่างๆ ปัญญาประดิษฐ์ และเทคโนโลยีสมองกลฝังตัว เป็น ๒ ใน ๕ กลุ่ม ที่รัฐบาล คสช ทำให้เกิด ในโครงการอีอีซี อันเป็นโครงการต่อยอดโครงการอีสเทิร์นซีบอร์ด ที่ทำให้ไทยโชติช่วงชัชวาลในสมัยป๋าเปรม ฉะนั้น ทั้งภาคธุรกิจและภาคประชาชน ถ้าไม่ต้องการตกอยู่ในภาวะกระเสือก-กระสน ก็ต้อง สน เพื่อปรับธุรกิจและพัฒนาศักยภาพบุคคลไปอยู่ในจุดนั้น นี่คือการอยู่ดูโลกให้มันโศภิน แต่ถ้าไม่ต้องการ อยากอยู่กับโลกเดิมๆ ที่ชิน ก็ไม่เป็นไร ถ้ามั่นใจว่า ทรัพย์สินเงินทองเท่าที่สะสมไว้ แก่ตายก็ใช้ไม่หมด นั่นก็ไม่ต้องไปถวายตัวเป็นทาสไอทีก็ได้ เอาเงินไปซื้อหุ่นยนต์ซักตัว มาเป็นหมอนวด ไปซื้อโอเลี้ยงปากซอย สบายมาก! ทีนี้ มาคุยกันถึง เหตุผลที่ ๒ ในยุค หุ่นยนต์-ไอที มาแทนคน คือหลายวันก่อน มีโอกาสพบ คุณบรรพต หงษ์ทอง มือสร้างตลาดสินค้าส่งออก ยุคเป็นอธิบดีอยู่พาณิชย์ แต่ไพล่ไปเป็นปลัดเกษตรฯ ท่านปรารภว่า เห็นหุ่นยนต์และไอทีทำงานแทนคนมากขึ้นเรื่อยๆ ใจหนึ่ง ก็เข้าใจด้านยุคสมัยที่พัฒนาไป แต่อีกใจก็ห่วง คนใช้แรงงาน เมื่อเทคโนโลยีมาแทนที่ มนุษย์ที่เคยมีรายได้ เพื่ออยู่-เพื่อกิน-เพื่อเลี้ยงครอบครัว จะทำอย่างไรกัน? นายกฯ ประยุทธ์ มุ่งยุทธศาสตร์นวัตกรรม ก็เห็นด้วย แต่อยากฝากท่านนายกฯ ช่วยคิด-ช่วยหาทาง เผื่อกลุ่มคนระดับแรงงานที่จะกลายเป็น มนุษย์ส่วนเกิน ในยุค หุ่นยนต์-ไอที ให้ด้วย เพราะคนกลุ่มนี้ เพิ่มศักยภาพตามยุคไม่ทันแน่ แล้วจะให้พวกเขาไปทำมาหากินอะไร? ไปทำไร่-ทำนา พูดง่าย แต่ทำยาก และใช่ว่ามีพื้นที่เหลือเฟือให้เขาเลือกไปทำกิน คนว่างงาน จะกลายเป็น ปัญหาย้อนศร สังคม สินค้าหุ่นยนต์ผลิตออกมา จะไปขายให้ใคร ในเมื่อ กำลังซื้อของคนส่วนใหญ่ในสังคม ล้วนซีด เพราะไร้งาน-ไร้เงิน!? ปัญหา เศรษฐกิจ-สังคม ดูไปเหมือน ลูกรูบิก หมุนแถบสีด้านนี้เรียงเสร็จ พลิกอีกด้านอ้าว หน้าด่าง-ต่างสีกันซะแล้ว! การพัฒนาใช้หุ่นยนต์แทนคน มันก็โอเค แต่คนที่ถูกหุ่นยนต์แทนที่ล่ะ โอเคมั้ย? ตรงนี้ รัฐบาลต้องคิด หาแผน-หาทาง รองรับไว้ด้วย ชะล่าใจไม่ได้ เพราะไอทีมันมาเร็ว ต่างกับคน ที่รายได้มาช้า แต่หิวเร็ว-โกรธเร็ว! เรื่องการเมืองตอนนี้น่ะ อยู่กับมันได้ แต่อย่าเข้าไปในมัน หมายถึง อย่าเอามาเป็นอารมณ์จนเสียศูนย์ ถอยออกมานิด แล้วมองเข้าไป จะเห็น ขบวนการแต้มแต่ง กระเย้อกระแหย่งกันน่าเหยียบ คิดในมุมกลับ แปลง วิกฤตินาฬิกา เป็นเหยื่อล่อ ก็ได้ผล บ้านเมืองที่เข้าใจว่าสงบ โยนนาฬิกาทดสอบตูมเดียว เหี้ยกรูออกมาเป็นฝูง!【อ่านข้อความเต็ม】
rv8 | 2021-09-27 | อ่าน(397) | แสดงความคิดเห็น(960)
ดรสุพจน์ เตชวนสินสกุล คณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬา ฯ กล่าวว่า ความร่วมมือสามฝ่ายจะหาจุดเด่นของแต่ละมหาวิทยาลัยและแบ่งปันทรัพยากรร่วมกัน แต่ละสถาบันมีอาจารย์เชี่ยวชาญต่างกัน ลาดกระบังอาจขาดนักวิจัย ก็ใช้บุคลากรจุฬา ไม่ต้องทุ่มงบประมาณ ส่วนหลักสูตรสอนร่วมกัน จุฬาพัฒนาหลักสูตรของตนเองขึ้นมา สจลก็เช่นกัน จะมีการตกลงวิชาที่เทียบโอนระหว่างกันให้เข้ากับเกณฑ์มหาวิทยาลัย แต่ไม่ใช่เรียนที่จุฬา 130 หน่วยกิต เรียนที่สจลอีก 130 หน่วยกิต การเรียนยังอยู่ที่ 130 หน่วยกิตเช่นเดิม แต่เรามองว่าอยากให้เป็นสิ่งใหม่ๆ เรียนไม่เยอะ วิชาบรรยายลดลงเหลือไม่เกิน 100 หน่วยกิต นอกนั้นเป็นวิชาลงมือทำจริง เน้นการเรียนรู้โดยใช้โครงงานเป็นฐานหรือ Project Based Learning ปัจจุบันสอนเท่าไหร่ก็ไม่พอ เพราะความรู้เยอะ สอนลึกมากไปไม่ได้ใช้ แต่ให้รู้ว่าทำงานอย่างไร【อ่านข้อความเต็ม】
apd | 2021-09-26 | อ่าน(165) | แสดงความคิดเห็น(802)
หนังยาวยึดทรัพย์ ยิ่งลักษณ์  หรือจะซ้ำรอย ทักษิณ-พี่ชาย?  31 มกราคม พศ 2561 เวลา 00:01 น ทั้งกระทรวงการคลัง-กรมบังคับคดี ออกมาการันตีการเดินหน้าสืบทรัพย์-อายัดทรัพย์ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี หลังศาลปกครองกลางยกคำร้องของยิ่งลักษณ์ ที่ขอให้ศาลมีคำสั่งทุเลาการบังคับตามคำสั่งที่กระทรวงการคลังสั่งให้ ยิ่งลักษณ์ ชดใช้ค่าเสียหายจากโครงการรับจำนำข้าว จำนวนเงิน 35,717 ล้านบาท ตามคำสั่งกระทรวงการคลังที่ 1351/2559 ไม่ว่าจะเป็นทั้ง อภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รมวการคลัง ที่ยืนยันว่าการนำสืบทรัพย์ยิ่งลักษณ์ กระทรวงการคลังเดินหน้าต่อไปอยู่แล้ว ไม่ได้หยุดหรือชะลออะไร เช่นเดียวกับ นสรื่นวดี สุวรรณมงคล อธิบดีกรมบังคับคดี ก็แจงว่ากรมบังคับคดีจะดำเนินการตามขั้นตอนในการร่วมมือกับกระทรวงการคลัง เพื่อสืบทรัพย์และตั้งเรื่องขอยึดอายัดทรัพย์ยิ่งลักษณ์กระนั้นดูแล้วหนังเรื่องนี้คงยาวกว่าคดีจะถึงที่สุด ถึงขั้นนำไปสู่การ ยึดทรัพย์ยิ่งลักษณ์ เพื่อนำเงินและทรัพย์สินมาชดเชยค่าเสียหายจากโครงการรับจำนำข้าว ตามที่กระทรวงการคลังสรุปผลและออกคำสั่งไว้ เพราะขั้นตอนกระบวนการต่างๆ ในทางคดีปกครองเพื่อให้อดีตนายกฯ หญิงชดใช้เงินดังกล่าวยังเหลืออีกพอสมควร ทั้งการสืบทรัพย์และอายัดทรัพย์ต่างๆ เพื่อให้ครบตามจำนวนที่กระทรวงการคลังตั้งไว้ ซึ่งแน่นอนว่าหากดูจากฐานข้อมูล บัญชีทรัพย์สินและหนี้สิน ของยิ่งลักษณ์ที่เคยแจ้งต่อ ปปช ตอนเข้าดำรงตำแหน่งนายกฯ และหลังพ้นจากตำแหน่ง ทรัพย์สินของยิ่งลักษณ์มีไม่ถึงแน่นอน อาทิ หากพลิกแฟ้มบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินที่แจ้งต่อ ปปชหลังพ้นจากตำแหน่ง อันเป็นบัญชีวันที่ 6 พค58 ยิ่งลักษณ์บอกว่ามีทรัพย์สิน 579 ล้านบาท เช่นเงินฝากธนาคารมี 16 บัญชี ฝากไว้ตามที่ต่างๆ อาทิ ธนาคารกรุงเทพ 7 เล่ม, ธนาคารกสิกรไทย 4 เล่ม, ธนาคารยูโอบี 3 เล่ม และบริษัทหลักทรัพย์ธนชาตอีก 2 เล่ม รวมแล้วประมาณ 24 ล้านบาทส่วนอสังหาริมทรัพย์หลักๆ ก็เช่นบ้านพักอาศัยหลังใหญ่แถวซอยนวมินทร์ มูลค่า 110 ล้านบาท หรือเงินลงทุน 115 ล้านบาท เงินให้กู้ยืม 108 ล้านบาท เป็นต้นดังนั้น ทรัพย์สินที่มีและแจ้งไว้อย่างเป็นทางการจึงไม่เพียงพอชดใช้ค่าเสียหาย 35,717 ล้านบาท ตามที่กระทรวงการคลังระบุไว้ และต่อให้มีเพียงพอหรือมีมากน้อยแค่ไหน ก็เป็นเรื่องธรรมดาที่ไม่มีใครยอมให้ทรัพย์สินของตัวเองถูกอายัดถูกยึดแน่นอน การสู้คดีจนถึงที่สุดจึงเป็นขั้นตอนปกติที่เกิดกับทุกคนไม่ว่าจะเป็นยิ่งลักษณ์หรือคนธรรมดาดังนั้น หากกรมบังคับคดี กระทรวงการคลัง มีการสืบทรัพย์ พิสูจน์ทรัพย์ อายัดทรัพย์ ยึดทรัพย์ขายทอดตลาด ยิ่งลักษณ์ต้องสู้จนถึงที่สุดไม่ว่าจะเป็นศาลไหน!ประเมินแล้วกว่าคดีจะถึงที่สุดคงต้องรอกันอีกหลายยก และเป็นหนังยาวแน่นอนแม้เจ้าตัวจะหนีคดีไม่กลับมาประเทศไทยแล้ว แต่ก็ต้องใช้ช่องทางกฎหมายทุกรูปแบบ เพื่อระงับยับยั้งกรมบังคับคดีไม่ให้มายึดทรัพย์สินทั้งหมดขณะที่ก่อนหน้านี้ นพวรงค์ เดชกิจวิกรม อดีต สสพิษณุโลก พรรคประชาธิปัตย์ เผยแพร่ข้อความผ่านเฟซบุ๊กWarong Dechgitvigromหลังศาลปกครองกลางยกคำร้องยิ่งลักษณ์เมื่อ 29 มคว่า สำหรับผู้ที่ยังติดตามคดียึดทรัพย์นางสาวยิ่งลักษณ์ ล่าสุดวันที่ 29 มกราคม 2561 ศาลปกครองกลางมีคำสั่งยกคำร้องของนางสาวยิ่งลักษณ์ กรณีมีคำสั่งยึดทรัพย์ 35 หมื่นล้านบาทที่ต้องรับผิดชอบ เท่ากับว่ากรมบังคับคดีสามารถเดินหน้ายึดทรัพย์ต่อได้โดยก่อนหน้านี้ หลังจากมีคำสั่งทางปกครองให้นางสาวยิ่งลักษณ์ชดใช้ค่าเสียหาย กรณีปล่อยให้เกิดการทุจริตจำนำข้าว 35 หมื่นล้านบาทตั้งแต่เดือนตุลาคม 2539 นางสาวยิ่งลักษณ์เคยร้องศาลปกครองกลางครั้งแรกเพื่อขอคุ้มครองชั่วคราว และศาลปกครองกลางเคยมีคำสั่งยกคำร้องเมื่อวันที่ 10 เมษายน 2560 มาแล้วเท่ากับว่าคดีทุจริตจำนำข้าวและจีทูจีเดินทางมาใกล้จบบริบูรณ์ นั่นคือคดีอาญาจบแล้ว ส่วนคดีแพ่งที่นำไปสู่การยึดทรัพย์ หลังจากที่ศาลยกคำร้องที่ขอทุเลาการบังคับคดี การยึดทรัพย์ก็เดินหน้าต่อได้ จนกว่าศาลปกครองจะมีคำสั่งเป็นทางการอีกครั้ง ทุกอย่างก็จบ ยิ่งลักษณ์ที่ตอนนี้อยู่ในสภาพเดียวกับ ทักษิณ ชินวัตร พี่ชาย คือเป็นผู้ต้องหาหลบหนีคดีอยู่ต่างประเทศแต่ชะตากรรมต่อจากนี้ไปจะเหมือนกับทักษิณ ที่ถูกยึดทรัพย์ 46,373,680,754 บาทจากเหตุใช้อำนาจขณะเป็นนายกรัฐมนตรีโดยมิชอบจนทำให้ร่ำรวยผิดปกติ หรือไม่ต้องรอให้กระบวนการต่างๆ ดำเนินไปจนถึงที่สุด ถึงจะเห็นบทสรุปสุดท้าย【อ่านข้อความเต็ม】
er9 | 2021-09-26 | อ่าน(331) | แสดงความคิดเห็น(534)
เรื่อง ค่าแรงขั้นต่ำ นี่ เป็นปัญหาโลกแตกมาตลอด ลูกจ้าง ก็จะเอาแพงๆ นายจ้าง ก็จะจ่ายถูกๆ ก็มีเหตุผลด้วยกันทั้งสองฝ่าย แต่ถ้าถามว่าฝ่ายไหนผิด-ฝ่ายไหนถูก? ไม่รู้? รู้แต่ว่า เวลานี้ บริษัท-ห้างร้าน-ธุรกิจ-อุตสาหกรรมทั้งหลาย ต่างมีแผน ลดจ้าง-โละคน ออกเรื่อยๆ แต่งาน ไม่ลด ! เมื่องานไม่ลด แถมมีแต่เพิ่มขึ้น แล้วจะให้ใครทำงาน? คำตอบคือ หุ่นยนต์ และเทคโนโลยีไอที ที่จะเข้ามาแทน แทนคน ! เหตุผลชัด-ตรงตัว ลดต้นทุน หุ่นยนต์ไม่เรื่องมาก ไม่เรียกร้องโบนัส-เงินเดือน ไม่มีโอที ไม่ประท้วงหยุดงาน แถมควบคุมได้ทั้งปริมาณและคุณภาพ อุตสาหกรรมเกษตรและโรงงานผลิตอาหารสำเร็จรูปเครือซีพีทุกวันนี้ ใช้ หุ่นยนต์ แทน คน มากขึ้น โรงงานผลิตอาหารสำเร็จรูปใหญ่ที่สุดในจีนของซีพี เนื้อที่มากกว่า ๔๒,๐๐๐ ตารางเมตร ผลิตตลอด ๒๔ ชั่วโมง ไม่ใช้คนเลย! โกดังสินค้าอาลีบาบา ของแจ๊ก หม่า กว้างใหญ่เป็นเมือง แต่ใช้คนแค่ ๓๐% ที่เหลืออีก ๗๐ ใช้หุ่นยนต์ ถ้าสังเกต ช่วงรอยต่อศตวรรษ จะเห็นบริษัทธุรกิจการค้าใหญ่ๆ ต่างประกาศแผน ลดคน ใช้หุ่นยนต์และระบบไอทีแทนเรื่อยๆ แม้แต่ในบ้านเรา หลายวันก่อน ผู้บริหารแบงก์ไทยพาณิชย์ นายอาทิตย์ นันทวิทยา ก็ประกาศปรับองค์กร รองรับกระแสดิจิทัล ขับเคลื่อนไทยพาณิชย์สู่ความเป็น The Most Admired Bank ด้วยแผน ๓ ปี ลดสาขาเหลือ ๔๐๐ จาก ๑,๑๕๓ สาขา ตั้งเป้าลดพนักงานเหลือ ๑๕,๐๐๐ คน จาก ๒๗,๐๐๐ คน หลายคนตกใจ นึกว่าการลดสาขา-ลดพนักงานหมายถึงแบงก์ไทยพาณิชย์สั่นคลอน ธุรกิจกินดอกเบี้ยเตี้ยลง พนักงานไทยพาณิชย์ก็ตกใจ แต่ไม่ได้ตกใจด้านนั้น หากแต่ตกใจด้วยกลัว ตกงาน ถึงขั้นประท้วง แต่ก็ ตกลง ได้ ด้วยเข้าใจกัน ลบแผนโละ แต่พนักงานต้อง สร้างศักยภาพ ตัวเอง รองรับเทคโนโลยีเปลี่ยนโลกด้วย! ที่หยิบเรื่องนี้มาคุย เหตุผลแรก คือ โลกมันหมุน ถ้าเราอยากอยู่กับโลกให้สุข ก็ต้องหมุนไปกับโลก คือวันนี้ ถึงยุคเทคโนโลยีไอทีครองโลก ถ้าเราอยากมีงาน มีเงินจากงาน มีความลงตัวในการใช้ชีวิตร่วมสังคมโลก ก็ต้องเรียนรู้-พัฒนาให้เข้ากับยุค อย่าอ้างวัยเพื่อเลี่ยงการเรียนรู้ พูดง่ายๆ ต้อง อัพเกรด ตัวเอง สู่ยุคไอทีด้วย ที่ นายกฯ ประยุทธ์ วางแนวสร้างศักยภาพประเทศ ด้วยยุทธศาสตร์ ๔๐ นั่น ถูกแล้ว เมื่อโลกเขาลัดนิ้วมือไปด้วยไอที และเราวางตำแหน่งประเทศเป็นเมืองท่องเที่ยว เป็นประเทศอุตสาหกรรมเกษตรส่งออก อุตสาหกรรมเครื่องจักร และปิโตรเคมีและสังสรรค์-สโมสรร่วมประชาคมโลกทุกรูปแบบอย่างทุกวันนี้ ก็จำเป็น ต้อง หมุนตามโลก ไปกับเขา! กรณีแบงก์ไทยพาณิชย์ ผมจึง มองต่าง ในทันทีที่เห็นข่าว คือขณะที่คนอื่น มอง มุมลบ ผมกลับเห็นการ ลดสาขา-ลดพนักงาน ว่านั่น เป็นวิสัยทัศน์ของคณะบริหารไทยพาณิชย์ สมัยก่อน แต่ละแบงก์ จะใหญ่-จะโต จะมีหน้า-มีตา วัดกันตรงใครมีสาขาครอบคลุมแต่ละพื้นที่ประเทศมากกว่ากัน เพราะยุคนั้น สลึงหนึ่ง บาทหนึ่ง คนก็ต้องหอบสังขารไปแบงก์ แต่ยุคไอที มีตู้ ATM ให้ฝาก-ถอน-โอน-กู้ ริมถนน ตามห้าง ตามชุมชน ตลอด ๒๔ ชั่วโมง สำนักงานสาขา กลายเป็นตัวเทอะทะ สร้างภาระ เพิ่มค่าใช้จ่าย เปลืองคนโดยเปล่าประโยชน์ ยุคนี้ คนเดินห้าง เดินถนน มากกว่าคนเดินไปแบงก์ ฉะนั้น เอาตู้ ATM ติดตามชุมชน เช่าพื้นที่ห้าง กั้นห้อง ใช้คนไม่กี่คน ลดรายจ่าย-เพิ่มกำไร ให้แบงก์อีกจมหู เหลือสำนักงานสาขาไว้ทำธุรกรรมระดับพันล้าน-หมื่นล้านในจุดจำเป็น เหลือเฟือแล้ว วงจรธุรกิจการเงิน-การธนาคาร นับวันจะเปลี่ยนอุปสงค์-อุปทาน และรูปแบบธุรกรรมก็ไม่เหมือนเดิม ผมจึงมองว่า การประกาศวิสัยทัศน์ของไทยพาณิชย์วันก่อน ไม่ใช่ ถอยหลัง หากแต่เป็นการ ตั้งตัว ทะยานรับโลกยุคดิจิทัลมากกว่า! ไทยเรา ตั้งเข็มทิศ ทางไปทางนั้นอยู่แล้ว เห็นได้จากโมเดลประเทศ ๔๐ อุตสาหกรรมที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม -กลุ่มอุปกรณ์อัจฉริยะ หุ่นยนต์ และระบบเครื่องกล ที่ใช้ระบบอิเล็กทรอนิกส์ควบคุม -กลุ่มดิจิทัล เทคโนโลยีอินเทอร์เน็ต ที่เชื่อมต่อการทำงานของอุปกรณ์ต่างๆ ปัญญาประดิษฐ์ และเทคโนโลยีสมองกลฝังตัว เป็น ๒ ใน ๕ กลุ่ม ที่รัฐบาล คสช ทำให้เกิด ในโครงการอีอีซี อันเป็นโครงการต่อยอดโครงการอีสเทิร์นซีบอร์ด ที่ทำให้ไทยโชติช่วงชัชวาลในสมัยป๋าเปรม ฉะนั้น ทั้งภาคธุรกิจและภาคประชาชน ถ้าไม่ต้องการตกอยู่ในภาวะกระเสือก-กระสน ก็ต้อง สน เพื่อปรับธุรกิจและพัฒนาศักยภาพบุคคลไปอยู่ในจุดนั้น นี่คือการอยู่ดูโลกให้มันโศภิน แต่ถ้าไม่ต้องการ อยากอยู่กับโลกเดิมๆ ที่ชิน ก็ไม่เป็นไร ถ้ามั่นใจว่า ทรัพย์สินเงินทองเท่าที่สะสมไว้ แก่ตายก็ใช้ไม่หมด นั่นก็ไม่ต้องไปถวายตัวเป็นทาสไอทีก็ได้ เอาเงินไปซื้อหุ่นยนต์ซักตัว มาเป็นหมอนวด ไปซื้อโอเลี้ยงปากซอย สบายมาก! ทีนี้ มาคุยกันถึง เหตุผลที่ ๒ ในยุค หุ่นยนต์-ไอที มาแทนคน คือหลายวันก่อน มีโอกาสพบ คุณบรรพต หงษ์ทอง มือสร้างตลาดสินค้าส่งออก ยุคเป็นอธิบดีอยู่พาณิชย์ แต่ไพล่ไปเป็นปลัดเกษตรฯ ท่านปรารภว่า เห็นหุ่นยนต์และไอทีทำงานแทนคนมากขึ้นเรื่อยๆ ใจหนึ่ง ก็เข้าใจด้านยุคสมัยที่พัฒนาไป แต่อีกใจก็ห่วง คนใช้แรงงาน เมื่อเทคโนโลยีมาแทนที่ มนุษย์ที่เคยมีรายได้ เพื่ออยู่-เพื่อกิน-เพื่อเลี้ยงครอบครัว จะทำอย่างไรกัน? นายกฯ ประยุทธ์ มุ่งยุทธศาสตร์นวัตกรรม ก็เห็นด้วย แต่อยากฝากท่านนายกฯ ช่วยคิด-ช่วยหาทาง เผื่อกลุ่มคนระดับแรงงานที่จะกลายเป็น มนุษย์ส่วนเกิน ในยุค หุ่นยนต์-ไอที ให้ด้วย เพราะคนกลุ่มนี้ เพิ่มศักยภาพตามยุคไม่ทันแน่ แล้วจะให้พวกเขาไปทำมาหากินอะไร? ไปทำไร่-ทำนา พูดง่าย แต่ทำยาก และใช่ว่ามีพื้นที่เหลือเฟือให้เขาเลือกไปทำกิน คนว่างงาน จะกลายเป็น ปัญหาย้อนศร สังคม สินค้าหุ่นยนต์ผลิตออกมา จะไปขายให้ใคร ในเมื่อ กำลังซื้อของคนส่วนใหญ่ในสังคม ล้วนซีด เพราะไร้งาน-ไร้เงิน!? ปัญหา เศรษฐกิจ-สังคม ดูไปเหมือน ลูกรูบิก หมุนแถบสีด้านนี้เรียงเสร็จ พลิกอีกด้านอ้าว หน้าด่าง-ต่างสีกันซะแล้ว! การพัฒนาใช้หุ่นยนต์แทนคน มันก็โอเค แต่คนที่ถูกหุ่นยนต์แทนที่ล่ะ โอเคมั้ย? ตรงนี้ รัฐบาลต้องคิด หาแผน-หาทาง รองรับไว้ด้วย ชะล่าใจไม่ได้ เพราะไอทีมันมาเร็ว ต่างกับคน ที่รายได้มาช้า แต่หิวเร็ว-โกรธเร็ว! เรื่องการเมืองตอนนี้น่ะ อยู่กับมันได้ แต่อย่าเข้าไปในมัน หมายถึง อย่าเอามาเป็นอารมณ์จนเสียศูนย์ ถอยออกมานิด แล้วมองเข้าไป จะเห็น ขบวนการแต้มแต่ง กระเย้อกระแหย่งกันน่าเหยียบ คิดในมุมกลับ แปลง วิกฤตินาฬิกา เป็นเหยื่อล่อ ก็ได้ผล บ้านเมืองที่เข้าใจว่าสงบ โยนนาฬิกาทดสอบตูมเดียว เหี้ยกรูออกมาเป็นฝูง!【อ่านข้อความเต็ม】
txp | 2021-09-26 | อ่าน(292) | แสดงความคิดเห็น(315)
ยุทธ ตู้เย็น ยัวะถูกเชื่อมโยงสมคบ เสี่ยกำพล ฟอกเงิน มอบทนายฟ้อง ชูวิทย์ จอมดรามา พ่วง ไทยรัฐทีวี-ช่อง 3 เหตุเคืองที่รู้เห็นเป็นใจเปิดเวทีให้กล่าวหา แจงเสี่ยกำพลเป็นพ่อของเพื่อนลูกที่ชอบฟุตบอลเหมือนกัน ลั่นไม่จบแค่นี้ แฉอดีตเสี่ยอ่างเลี่ยงภาษี 10 ล้าน ยกที่ดิน สวนกลับใจ ให้แลนด์แอนด์เฮ้าส์เช่า ศรีวราห์ รับเสี่ยกำพลอาจหนีออกช่องทางอื่นที่ไม่ใช่ ตม เมื่อวันอังคาร นายยงยุทธ ติยะไพรัช อดีตประธานสภาผู้แทนราษฎร และแกนนำพรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ผ่านรายการ เจาะลึกทั่วไทย ทางสปริงนิวส์ กรณีนายชูวิทย์ กมลวิศิษฏ์ อดีต สสบัญชีรายชื่อ พรรครักประเทศไทย และผู้จัดรายการชูวิทย์ มีเรื่องเล่าทางช่อง 3 และรายการชูวิทย์ตีแสกหน้า ทางไทยรัฐทีวี พาดพิงกล่าวหามีส่วนร่วมฟอกเงินผ่านทีมฟุตบอลสิงห์เชียงรายยูไนเต็ด ว่าไม่ได้เป็นเจ้าของสโมสรดังกล่าว ไม่ชอบฟุตบอล เป็นเรื่องของบุตรชาย (นายมิตติ ติยะไพรัช ) ทำทีมร่วมกับเพื่อนๆ จากจุฬาฯ เริ่มกันตั้งแต่เป็นไทยลีก 2 วันนี้ที่ต้องออกมาพูด เพราะนายชูวิทย์ดรามาเก่ง จนคนทั้งประเทศอาจจะเชื่อกันหมด ถ้าย้อนกลับไปดูนายชูวิทย์ ให้พื้นที่ย่านสุขุมวิททำสวนสาธารณะกลับใจ แต่ตอนนี้กลับเซ็นสัญญาให้บริษัท แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ฯ เช่าพื้นที่ 30 ปี ต่อได้อีก 4 ปีนี้ ผิดคำพูดตัวเองหรือไม่ ตอนนั้นเรียกร้องให้บรรดาเจ้าสัว ธุรกิจใหญ่ทั้งหมด ออกมาบริจาคเงิน บอกตัวเองเป็นโจรกลับใจ หลอกประชาชนหรือไม่ ผมมอบหมายให้ฝ่ายกฎหมายซึ่งอยู่ระหว่างทำเรื่องจะฟ้องคุณชูวิทย์กับทีวี ต้องบอกว่า เคืองทั้งไทยรัฐและช่อง 3 ที่เปิดเวทีรู้เห็นเป็นใจให้เขากล่าวหาคนอื่น นายยงยุทธกล่าวชี้แจงกรณีที่ถูกเชื่อมโยงกับนายกำพล วิระเทพสุภรณ์ เจ้าของอาบอบนวดวิคตอเรีย ซีเครท เอาเงินมาฟอกผ่านทีมสิงห์เชียงราย ยูไนเต็ด ว่า เป็นลีลาทางการเมืองที่เอามาทำร้ายคน เรื่องนี้มีสื่อออนไลน์ สำนักข่าวอิศรา นำข้อมูลมาตีแผ่ถึงเส้นทางผู้ถือหุ้น และเงินสนับสนุนที่ได้มา ตนก็สอบถามลูกกับเพื่อนเขาว่ารู้จักนายกำพลได้อย่างไร ทราบว่าเป็นพ่อของเพื่อน นายธนพล ลูกชายนายกำพล ชอบฟุตบอลเหมือนกัน มีความฝันทำทีมอยากให้บอลไทยไปบอลโลก จึงเชิญมาเป็นสปอนเซอร์ ตอนปี 2559 เป็นรองประธานสโมสรฯ นายกำพลมีหุ้นในอควา คอร์ปอเรชั่น ธุรกิจโฆษณา พ่อรักลูกมากช่วยด้านธุรกิจ สนับสนุนป้ายโฆษณา เพื่อใช้ดึงลูกค้า ส่วนที่นายชูวิทย์พูดก็ไปเชื่อมโยงและตีความเป็นเท็จ ที่บอกว่าจะไปเข้าตลาดหลักทรัพย์ เก่งในการโยงเรื่อง ทั้งที่การจะเข้าตลาดหุ้น ต้องทำกิจการให้มีกำไรอย่างน้อย 3 ปี แต่สภาพธุรกิจบอลไทยอีก 10 ปีก็แต่งตัวเข้าตลาดหุ้นไม่ได้ ผมเหมือนสายล่อฟ้า ชื่อขายได้ เมื่อเป็นนักการเมือง สังคมต้องสงสัย แต่อยากให้ย้อนไปดูร่องรอยถึงมูลเหตุจูงใจที่นายชูวิทย์ลากคนมาโยงกัน นายยงยุทธกล่าว แกนนำพรรคเพื่อไทยผู้นี้กล่าวอีกว่า การที่นายสรยุทธ สุทัศนะจินดา อดีตพิธีกรรายการเรื่องเล่าเช้านี้ อนุญาตให้นายชูวิทย์มาใช้เวทีกล่าวหาคนนั้นคนนี้ มันเอื้อประโยชน์ต่อใคร คงต้องให้คิดกันต่อ เรื่องนี้คงอีกยาว จะไม่พูดเกินเลยไปกว่านี้ เพราะอนาคตจะมีเหตุการณ์เกิดขึ้นอีกแน่นอน สังคมไทยชอบดูเรื่องดรามา เมื่อพาดพิง อยากให้ดูต่อใครหนีภาษีมูลค่าเกิน 10 ล้านบาท อาจต้องถูกยึดทรัพย์ คิดว่าเป้าหลักอยู่ที่จุดนี้มากกว่านั้น เอาความผิดไปตรวจสอบดู นายชูวิทย์ เป็นคนหนึ่งที่ไปต่อวงจรอุบาทว์ เอาที่ดินสวนกลับใจให้แลนด์แอนด์เฮ้าส์เช่า 30 บวก 4 ปี ถ้าโยงแลนด์แอนด์เฮ้าส์กับวัดพระธรรมกาย วันนี้คุณชูวิทย์จะพูดอย่างไร ตนพูดเพราะต้องการตัดวงจรอุบาทว์ ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พลตอศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รอง ผบตร เรียกประชุมเพื่อติดตามการดำเนินคดีกับผู้ที่เกี่ยวข้องกับสถานบริการอาบอบนวดวิคตอเรีย ซีเครท และสถานบริการอื่นทั่วกรุงเทพฯ ตาม พรบน้ำบาดาล, พรบสิ่งแวดล้อม และ พรบอาคาร โดยมี พตอทรงศักดิ์ รักศักดิ์สกุล รองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ, พลตตสุทิน ทรัพย์พ่วง รอง ผบชก, พลตตกฤตธาพล ยี่สาคร รอง ผบชน และตัวแทนจาก ปปง กรมสรรพากร และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเข้าประชุม เพื่อรายงานความคืบหน้าตามที่ได้รับมอบหมาย พลตอศรีวราห์เปิดเผยว่า วันนี้เป็นการเรียกประชุมติดตามความคืบหน้าผลการตรวจน้ำบาดาล พร้อมสั่งดำเนินการต่อ และให้มารายงานอีกครั้งอีก 15 วัน เบื้องต้นดำเนินคดี พรบน้ำบาดาลแล้ว 2 ที่คือวิคตอเรียฯ และโคปาคาบาน่า ที่ต้องดำเนินการเพิ่ม มีค่าเฉลี่ยเกินอีก 4 จุดคือ ยูโทเปีย ธาราวดี วีนัส อีกแห่งอยู่พื้นที่ สนบางชัน ส่วนของเก่าที่ต้องตรวจซ้ำ 2 ที่คือลองบีชและเดอะลอร์ด เนื่องจากต้องใช้เครื่องมือพิเศษเข้าไปตรวจสอบ ส่วนประเด็นที่นำหญิงสาวเข้ามาค้าประเวณี จะเป็นการค้ามนุษ์ข้ามชาติหรือไม่ พบว่าที่วิคตอเรียฯ มีนายจ้างกลุ่มใหญ่ๆ 2 กลุ่ม กลุ่มแรกเป็นลักษณะงานรับเหมาก่อสร้าง มีคนต่างด้าว 5 คน แต่อายุเกินทั้งหมด ส่วนกลุ่มที่ 2 เป็นบุคคลธรรมดาลักษณะงานรับเหมาก่อสร้างเช่นเดียวกัน ต้องสอบสวนกันต่อไป พร้อมกับได้ประสาน ปปงและกรมสรรพากรตรวจสอบย้อนหลัง 10 ปีบริษัทผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด เพื่อตรวจสอบฐานข้อมูลที่มีอยู่เพื่อนำมาคำนวณภาษีย้อนหลัง ส่วนการติดตามตัวนายกำพล วิระเทพสุภรณ์ นั้น รอง ผบตรกล่าวว่า ทางกองบัญชาการตำรวจนครบาลอยู่ระหว่างการสืบสวนติดตามจับกุมตัว ขณะเดียวกันทางดีเอสไอก็จัดชุดติดตามจับกุมตัวเช่นเดียวกัน อยู่ระหว่างดำเนินการ แต่ยังไม่มีข้อมูลเพิ่มเติม ไม่พบข้อมูลการเดินทางออกนอกประเทศตามช่องทางของ ตม ผู้สื่อข่าวถามว่า ตั้งแต่ตำรวจออกหมายจับ ยังไม่พบการเคลื่อนไหวของนายกำพลเลย เป็นไปได้ไหมที่นายกำพลจะเดินทางออกนอกประเทศไปแล้ว พลตอศรีวราห์ตอบว่า เป็นไปได้ทุกอย่าง อาจจะออกช่องทางอื่นที่ไม่ช่องทางของ ตม ถึงจะไม่ตัวเสี่ยกำพล ก็ไม่กระทบต่อสำนวน เพราะทุกอย่างถูกตรวจสอบโดยหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง ทั้ง ปปง สรรพากร หมายจับก็ออกแล้ว มีการอายัดทรัพย์ไปแล้วหลายร้อยล้าน พตทสุภัทธ์ ธรรมธนารักษ์ ผู้อำนวยการกองการคดีการค้ามนุษย์ กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เปิดเผยว่า หลังจากรับสำนวนคดีวิคตอเรีย ซีเครท มาจากสตช ขณะนี้พนักงานสอบสวนดีเอสไอกำลังเร่งทยอยสอบปากคำเหยื่อและพยานเพิ่ม เพื่อให้เสร็จตามกรอบที่วางไว้ เหลืออีกประมาณ 60 วัน เพื่อส่งฟ้องสำนักงานอัยการ ด้านเหยื่อสาวขณะนี้ยังอยู่ที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง 18 คน อยู่ที่บ้านเกร็ดตระการ ในความดูแลของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ 14 คน ที่เหลืออีก 70 คน ทางตำรวจได้ปล่อยตัวให้อยู่ในประเทศไทยได้ 1 ปี ตามกฎกระทรวงมหาดไทย ซึ่งตำรวจยืนยันว่าสามารถตามตัวมาให้ปากคำได้ตลอด และเวลา 1330 น วันที่ 31 มคนี้ จะมีประชุมคณะพนักงานสอบสวนคดีนี้ที่ดีเอสไอ เพื่อรายงานความคืบหน้าให้ พตอไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีดีเอสไอทราบ【อ่านข้อความเต็ม】
t9j | 2021-09-26 | อ่าน(159) | แสดงความคิดเห็น(805)
สำหรับ กรอบวงเงินที่ครมอนุมัติโครงการมอเตอร์เวย์ สายบางปะอิน-นครราชสีมา มูลค่าปัจจุบัน (NPV)ที่ 33 หมื่นล้านบาท ส่วนสายบางใหญ่-กาญจนบุรี มีกรอบวงเงิน NPV ที่ 28 หมื่นล้านบาท โดยประเมินปริมาณจราจรในปีแรกของสายบางปะอิน-นครราชสีมา 17-18 หมื่นคันต่อวัน และมีอัตราเติบโต 2-3%ต่อปี【อ่านข้อความเต็ม】
dzk | 2021-09-25 | อ่าน(103) | แสดงความคิดเห็น(505)
เราต้องยอมว่าคำสั่งของศาลรัธรรมนูญย่อมผูกพันทุกองค์กร ผูกพันศาล ผูกพันรัฐบาล และผูกพันเจ้าหน้าที่ของรัฐ แต่ปรากฎว่าแม้กระทั่งศาลรัฐธรรมนูญสั่งว่า เป็นการชุมนุมโดยชอบ แต่กลับถูกดำเนิคดีนี่คือสิ่งที่เราต้องการให้ศาลรัฐธรรมนูญได้รับรองในสิ่งที่ภาคประชาชนได้ต่อสู้อีกครั้ง นายประยงค์ กล่าว【อ่านข้อความเต็ม】
9ip | 2021-09-25 | อ่าน(280) | แสดงความคิดเห็น(739)
เรื่อง ค่าแรงขั้นต่ำ นี่ เป็นปัญหาโลกแตกมาตลอด ลูกจ้าง ก็จะเอาแพงๆ นายจ้าง ก็จะจ่ายถูกๆ ก็มีเหตุผลด้วยกันทั้งสองฝ่าย แต่ถ้าถามว่าฝ่ายไหนผิด-ฝ่ายไหนถูก? ไม่รู้? รู้แต่ว่า เวลานี้ บริษัท-ห้างร้าน-ธุรกิจ-อุตสาหกรรมทั้งหลาย ต่างมีแผน ลดจ้าง-โละคน ออกเรื่อยๆ แต่งาน ไม่ลด ! เมื่องานไม่ลด แถมมีแต่เพิ่มขึ้น แล้วจะให้ใครทำงาน? คำตอบคือ หุ่นยนต์ และเทคโนโลยีไอที ที่จะเข้ามาแทน แทนคน ! เหตุผลชัด-ตรงตัว ลดต้นทุน หุ่นยนต์ไม่เรื่องมาก ไม่เรียกร้องโบนัส-เงินเดือน ไม่มีโอที ไม่ประท้วงหยุดงาน แถมควบคุมได้ทั้งปริมาณและคุณภาพ อุตสาหกรรมเกษตรและโรงงานผลิตอาหารสำเร็จรูปเครือซีพีทุกวันนี้ ใช้ หุ่นยนต์ แทน คน มากขึ้น โรงงานผลิตอาหารสำเร็จรูปใหญ่ที่สุดในจีนของซีพี เนื้อที่มากกว่า ๔๒,๐๐๐ ตารางเมตร ผลิตตลอด ๒๔ ชั่วโมง ไม่ใช้คนเลย! โกดังสินค้าอาลีบาบา ของแจ๊ก หม่า กว้างใหญ่เป็นเมือง แต่ใช้คนแค่ ๓๐% ที่เหลืออีก ๗๐ ใช้หุ่นยนต์ ถ้าสังเกต ช่วงรอยต่อศตวรรษ จะเห็นบริษัทธุรกิจการค้าใหญ่ๆ ต่างประกาศแผน ลดคน ใช้หุ่นยนต์และระบบไอทีแทนเรื่อยๆ แม้แต่ในบ้านเรา หลายวันก่อน ผู้บริหารแบงก์ไทยพาณิชย์ นายอาทิตย์ นันทวิทยา ก็ประกาศปรับองค์กร รองรับกระแสดิจิทัล ขับเคลื่อนไทยพาณิชย์สู่ความเป็น The Most Admired Bank ด้วยแผน ๓ ปี ลดสาขาเหลือ ๔๐๐ จาก ๑,๑๕๓ สาขา ตั้งเป้าลดพนักงานเหลือ ๑๕,๐๐๐ คน จาก ๒๗,๐๐๐ คน หลายคนตกใจ นึกว่าการลดสาขา-ลดพนักงานหมายถึงแบงก์ไทยพาณิชย์สั่นคลอน ธุรกิจกินดอกเบี้ยเตี้ยลง พนักงานไทยพาณิชย์ก็ตกใจ แต่ไม่ได้ตกใจด้านนั้น หากแต่ตกใจด้วยกลัว ตกงาน ถึงขั้นประท้วง แต่ก็ ตกลง ได้ ด้วยเข้าใจกัน ลบแผนโละ แต่พนักงานต้อง สร้างศักยภาพ ตัวเอง รองรับเทคโนโลยีเปลี่ยนโลกด้วย! ที่หยิบเรื่องนี้มาคุย เหตุผลแรก คือ โลกมันหมุน ถ้าเราอยากอยู่กับโลกให้สุข ก็ต้องหมุนไปกับโลก คือวันนี้ ถึงยุคเทคโนโลยีไอทีครองโลก ถ้าเราอยากมีงาน มีเงินจากงาน มีความลงตัวในการใช้ชีวิตร่วมสังคมโลก ก็ต้องเรียนรู้-พัฒนาให้เข้ากับยุค อย่าอ้างวัยเพื่อเลี่ยงการเรียนรู้ พูดง่ายๆ ต้อง อัพเกรด ตัวเอง สู่ยุคไอทีด้วย ที่ นายกฯ ประยุทธ์ วางแนวสร้างศักยภาพประเทศ ด้วยยุทธศาสตร์ ๔๐ นั่น ถูกแล้ว เมื่อโลกเขาลัดนิ้วมือไปด้วยไอที และเราวางตำแหน่งประเทศเป็นเมืองท่องเที่ยว เป็นประเทศอุตสาหกรรมเกษตรส่งออก อุตสาหกรรมเครื่องจักร และปิโตรเคมีและสังสรรค์-สโมสรร่วมประชาคมโลกทุกรูปแบบอย่างทุกวันนี้ ก็จำเป็น ต้อง หมุนตามโลก ไปกับเขา! กรณีแบงก์ไทยพาณิชย์ ผมจึง มองต่าง ในทันทีที่เห็นข่าว คือขณะที่คนอื่น มอง มุมลบ ผมกลับเห็นการ ลดสาขา-ลดพนักงาน ว่านั่น เป็นวิสัยทัศน์ของคณะบริหารไทยพาณิชย์ สมัยก่อน แต่ละแบงก์ จะใหญ่-จะโต จะมีหน้า-มีตา วัดกันตรงใครมีสาขาครอบคลุมแต่ละพื้นที่ประเทศมากกว่ากัน เพราะยุคนั้น สลึงหนึ่ง บาทหนึ่ง คนก็ต้องหอบสังขารไปแบงก์ แต่ยุคไอที มีตู้ ATM ให้ฝาก-ถอน-โอน-กู้ ริมถนน ตามห้าง ตามชุมชน ตลอด ๒๔ ชั่วโมง สำนักงานสาขา กลายเป็นตัวเทอะทะ สร้างภาระ เพิ่มค่าใช้จ่าย เปลืองคนโดยเปล่าประโยชน์ ยุคนี้ คนเดินห้าง เดินถนน มากกว่าคนเดินไปแบงก์ ฉะนั้น เอาตู้ ATM ติดตามชุมชน เช่าพื้นที่ห้าง กั้นห้อง ใช้คนไม่กี่คน ลดรายจ่าย-เพิ่มกำไร ให้แบงก์อีกจมหู เหลือสำนักงานสาขาไว้ทำธุรกรรมระดับพันล้าน-หมื่นล้านในจุดจำเป็น เหลือเฟือแล้ว วงจรธุรกิจการเงิน-การธนาคาร นับวันจะเปลี่ยนอุปสงค์-อุปทาน และรูปแบบธุรกรรมก็ไม่เหมือนเดิม ผมจึงมองว่า การประกาศวิสัยทัศน์ของไทยพาณิชย์วันก่อน ไม่ใช่ ถอยหลัง หากแต่เป็นการ ตั้งตัว ทะยานรับโลกยุคดิจิทัลมากกว่า! ไทยเรา ตั้งเข็มทิศ ทางไปทางนั้นอยู่แล้ว เห็นได้จากโมเดลประเทศ ๔๐ อุตสาหกรรมที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม -กลุ่มอุปกรณ์อัจฉริยะ หุ่นยนต์ และระบบเครื่องกล ที่ใช้ระบบอิเล็กทรอนิกส์ควบคุม -กลุ่มดิจิทัล เทคโนโลยีอินเทอร์เน็ต ที่เชื่อมต่อการทำงานของอุปกรณ์ต่างๆ ปัญญาประดิษฐ์ และเทคโนโลยีสมองกลฝังตัว เป็น ๒ ใน ๕ กลุ่ม ที่รัฐบาล คสช ทำให้เกิด ในโครงการอีอีซี อันเป็นโครงการต่อยอดโครงการอีสเทิร์นซีบอร์ด ที่ทำให้ไทยโชติช่วงชัชวาลในสมัยป๋าเปรม ฉะนั้น ทั้งภาคธุรกิจและภาคประชาชน ถ้าไม่ต้องการตกอยู่ในภาวะกระเสือก-กระสน ก็ต้อง สน เพื่อปรับธุรกิจและพัฒนาศักยภาพบุคคลไปอยู่ในจุดนั้น นี่คือการอยู่ดูโลกให้มันโศภิน แต่ถ้าไม่ต้องการ อยากอยู่กับโลกเดิมๆ ที่ชิน ก็ไม่เป็นไร ถ้ามั่นใจว่า ทรัพย์สินเงินทองเท่าที่สะสมไว้ แก่ตายก็ใช้ไม่หมด นั่นก็ไม่ต้องไปถวายตัวเป็นทาสไอทีก็ได้ เอาเงินไปซื้อหุ่นยนต์ซักตัว มาเป็นหมอนวด ไปซื้อโอเลี้ยงปากซอย สบายมาก! ทีนี้ มาคุยกันถึง เหตุผลที่ ๒ ในยุค หุ่นยนต์-ไอที มาแทนคน คือหลายวันก่อน มีโอกาสพบ คุณบรรพต หงษ์ทอง มือสร้างตลาดสินค้าส่งออก ยุคเป็นอธิบดีอยู่พาณิชย์ แต่ไพล่ไปเป็นปลัดเกษตรฯ ท่านปรารภว่า เห็นหุ่นยนต์และไอทีทำงานแทนคนมากขึ้นเรื่อยๆ ใจหนึ่ง ก็เข้าใจด้านยุคสมัยที่พัฒนาไป แต่อีกใจก็ห่วง คนใช้แรงงาน เมื่อเทคโนโลยีมาแทนที่ มนุษย์ที่เคยมีรายได้ เพื่ออยู่-เพื่อกิน-เพื่อเลี้ยงครอบครัว จะทำอย่างไรกัน? นายกฯ ประยุทธ์ มุ่งยุทธศาสตร์นวัตกรรม ก็เห็นด้วย แต่อยากฝากท่านนายกฯ ช่วยคิด-ช่วยหาทาง เผื่อกลุ่มคนระดับแรงงานที่จะกลายเป็น มนุษย์ส่วนเกิน ในยุค หุ่นยนต์-ไอที ให้ด้วย เพราะคนกลุ่มนี้ เพิ่มศักยภาพตามยุคไม่ทันแน่ แล้วจะให้พวกเขาไปทำมาหากินอะไร? ไปทำไร่-ทำนา พูดง่าย แต่ทำยาก และใช่ว่ามีพื้นที่เหลือเฟือให้เขาเลือกไปทำกิน คนว่างงาน จะกลายเป็น ปัญหาย้อนศร สังคม สินค้าหุ่นยนต์ผลิตออกมา จะไปขายให้ใคร ในเมื่อ กำลังซื้อของคนส่วนใหญ่ในสังคม ล้วนซีด เพราะไร้งาน-ไร้เงิน!? ปัญหา เศรษฐกิจ-สังคม ดูไปเหมือน ลูกรูบิก หมุนแถบสีด้านนี้เรียงเสร็จ พลิกอีกด้านอ้าว หน้าด่าง-ต่างสีกันซะแล้ว! การพัฒนาใช้หุ่นยนต์แทนคน มันก็โอเค แต่คนที่ถูกหุ่นยนต์แทนที่ล่ะ โอเคมั้ย? ตรงนี้ รัฐบาลต้องคิด หาแผน-หาทาง รองรับไว้ด้วย ชะล่าใจไม่ได้ เพราะไอทีมันมาเร็ว ต่างกับคน ที่รายได้มาช้า แต่หิวเร็ว-โกรธเร็ว! เรื่องการเมืองตอนนี้น่ะ อยู่กับมันได้ แต่อย่าเข้าไปในมัน หมายถึง อย่าเอามาเป็นอารมณ์จนเสียศูนย์ ถอยออกมานิด แล้วมองเข้าไป จะเห็น ขบวนการแต้มแต่ง กระเย้อกระแหย่งกันน่าเหยียบ คิดในมุมกลับ แปลง วิกฤตินาฬิกา เป็นเหยื่อล่อ ก็ได้ผล บ้านเมืองที่เข้าใจว่าสงบ โยนนาฬิกาทดสอบตูมเดียว เหี้ยกรูออกมาเป็นฝูง!【อ่านข้อความเต็ม】
5 หน้า

ลิงค์ที่เป็นมิตรเวลาปัจจุบัน:2021-09-28

ยู ฟ่า สล็อต แตก ง่าย1️⃣M98| บา คา ร่า ขั้น ต่ำ 20 บาท1️⃣LOOK618| สล็อต ค่าย ps1️⃣M98| ทาง เข้า slot168 1️⃣2021| 918kiss ฝาก วอ เลท1️⃣LOOK618| สล็อต xo เครดิต ฟรี 100 ไม่ ต้อง แชร์ 1️⃣2021| 88 slot auto1️⃣M98| เด โม่ pg1️⃣M98| เล่น จี คลับ1️⃣M98| โจ๊ก เกอร์ 123 เครดิต ฟรี1️⃣LOOK618| สล็อต ฝาก 1 รับ 501️⃣LOOK618| jack88 auto1️⃣LOOK618| jdb สล็อต1️⃣M98| slot999 ฟรี เครดิต1️⃣M98| สมัคร บา คา ร่า ขั้น ต่ํา 10 บาท1️⃣M98| โหลด เกม mafia881️⃣M98| สมัคร slot pg1️⃣LOOK618| เครดิต ฟรี ยิง ปลา ไม่ ต้อง ฝาก ไม่ ต้อง แชร์1️⃣LOOK618| แจก ฟรี เครดิต บา คา ร่า1️⃣M98| ค่า สิ โน ขั้น ต่ำ 501️⃣LOOK618| ts66 casino 1️⃣2021| sugar pop ได้ เงิน1️⃣M98| 918kiss 50 รับ 1001️⃣LOOK618| ฝาก 50 รับ 100 ล่าสุด วอ ล เลท 1️⃣2021| fun88 ฟรี เครดิต 1️⃣2021| lucabet168 v1 1️⃣2021| สล็อต 555 1️⃣2021| สล็อต เว็บ ไหน ดี แตก ง่าย 2020 1️⃣2021| สล็อต joker44th 1️⃣2021| สล็อต รับ เครดิต ฟรี 1️⃣2021| สล็อต jili ทดลอง เล่น1️⃣LOOK618| 918kiss ท รู้ วอ เลท 1️⃣2021| ทดลอง เล่น สล็อต โร ม่า ฟรี ไม่ ต้อง สมัคร1️⃣LOOK618| เกมส์ ออนไลน์ ได้ ตังค์1️⃣LOOK618| ฟรี เครดิต 50 บาท1️⃣LOOK618| ได้ เงิน จาก บา คา ร่า 1️⃣2021| สล็อต ฟรี เครดิต ไม่ ต้อง ฝาก เงิน1️⃣M98| super slot 6661️⃣LOOK618| บา คา 16881️⃣LOOK618| คา สิ โน ออนไลน์ ทั้งหมด1️⃣M98| เครดิต ฟรี 2020 แค่ ยืนยัน เบอร์ 1️⃣2021| สล็อต ค่าย ps1️⃣M98| เครดิต แจก ฟรี 20201️⃣M98| ฝาก 1 รับ 50 ไม่ ต้อง แชร์ 1️⃣2021| เล่น เกม ถอนเงิน ได้ จริง1️⃣LOOK618| ufa168hv2 ขั้น ต่ํา 501️⃣M98| pg slot ฝาก 19 รับ 1001️⃣M98| ฝาก 20 รับ 100 pg1️⃣M98| เครดิต ฟรี ยืนยัน เบอร์ ล่าสุด1️⃣M98| เล่น โจ๊ก เกอร์1️⃣LOOK618| เว็บ เครดิต ฟรี ยืนยัน เบอร์ ล่าสุด 1️⃣2021| ทดลอง เล่น สล็อต พี จี 1️⃣2021| สมัคร live 221️⃣LOOK618| เครดิต ฟรี 50 otp1️⃣LOOK618| สล็อต เติม ไม่มี ขั้น ต่ํา 1️⃣2021| ufa ฝาก 20 รับ 1001️⃣LOOK618| สล็อต หมู ทอง1️⃣M98| เว ป เค ดิ ต ฟรี 1️⃣2021| slot ยืนยัน เบอร์ รับ เครดิต ฟรี 1️⃣2021| แจก เครดิต ฟรี 300 ไม่ ต้อง ฝาก 20191️⃣M98| เกม ออนไลน์ แตก ง่าย 1️⃣2021| ทดลอง เล่น เกม จรวด1️⃣LOOK618| avenger slot 999 1️⃣2021| pg ฝาก ออ โต้1️⃣LOOK618| โปร slot ทุน น้อย 1️⃣2021| เครดิต ฟรี ยิง ปลา 20201️⃣LOOK618| pgslot 651️⃣LOOK618| เว็บ ฟรี เครดิต1️⃣LOOK618| sbobet คา สิ โน1️⃣LOOK618| สล็อต g2g168p 1️⃣2021| สมัคร เล่น บา คา ร่า w881️⃣LOOK618| hp888 ทาง เข้า1️⃣M98| สล็อต ฝาก 11 รับ 1001️⃣LOOK618| เล่น เกม ที่ ได้ เงิน จริง1️⃣M98| สมัคร slot191บา คา ร่า gบา คา ร่า gclub8881️⃣M98| sa gaming บา คา ร่า 1️⃣2021| วิธี การ เล่น บา คารา1️⃣M98| แทง บา คา1️⃣M98| 918kiss 50 รับ 1001️⃣LOOK618| บา คา ร่า ตา ละ 5 บาท1️⃣LOOK618| jb365 เครดิต ฟรี1️⃣M98| ole777 line 1️⃣2021| gaming168pg1️⃣LOOK618| เว็บ สล็อต โอน ผ่าน วอ เลท 1️⃣2021| ลง ทะเบียน เครดิต ฟรี1️⃣LOOK618| เว็บ รู เล็ ต ออนไลน์ 1️⃣2021| ทดลอง ยิง ปลา ออนไลน์1️⃣LOOK618| เว็บ คา สิ โน ออนไลน์ อันดับ 11️⃣LOOK618| เกมส์ ออนไลน์ ได้ ตังค์1️⃣LOOK618| ยืนยัน ตัว ต้น รับ เครดิต ฟรี1️⃣LOOK618| slot ฝาก 88 รับ 3001️⃣M98| pg game 918เกม สล็อต ออนไลน์1️⃣LOOK618| slot ฝาก 25 ได้ 1001️⃣M98| 25 รับ 100 วอ เลท pg1️⃣LOOK618|